ผู้นำอังกฤษพาปชช.ซวยหนัก! ธุรกิจล้มละลายเกือบ 5,000 แห่ง-พลเมืองหนาวเสียชีวิตครึ่งหมื่น เรือน้ำมัน60,000ตันโดนทุบ

0

จากเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 Blockdit  World Update ออกมารายงานถึงกองทัพฮูตี เยเมน ที่แถลงว่าได้ส่งสัญญาณเตือนห้าเรือบรรทุกน้ำมัน มาร์ลิน ลูอันดา ของบริษัท บริติชแอมเบรย์ อังกฤษ ซึ่งมีระวางน้ำมากกว่า 60,000 ตัน ในทะเลแดง

โดยเรือของอังกฤษไม่ได้รับอนุญาตผ่านทะเลแดง เนื่องจากอังกฤษโจมตีทางอากาศต่อเยเมนก่อน แต่เรือสินค้ากลับเพิกเฉย จึงบังคับใช้กฎหมายโดยสั่งโจมตีขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ เกิดระเบิดที่ท้ายเรือ

เรือลำยักษ์นี้บรรทุกเชื้อเพลิงเครื่องบิน Naptha ซึ่งเป็นสารไวไฟสูง ถังบรรจุเกิดระเบิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ลูกเรือขอความช่วยเหลือด่วน เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรง สร้างความเสียหายมหาศาล

ทั้งนี้ในวันเดียวกัน Blockdit  World Update ยังโพสต์ข้อความรายงานถึงสถานการณ์ภายในประเทศอังกฤษด้วยว่า สหราชอาณาจักร ตัดสินใจผิดพลาดร้ายแรงที่ไปตกหล่มสงครามยูเครน ต้องนำเข้าพลังงานแพง อัตราเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจตกต่ำถดถอย ซ้ำเติมด้วยตกหล่มสงครามเยเมน โดนสวนกลับทำลายเรือสินค้าจนไม่สามารถผ่านทะเลแดงได้

สื่อ Financial Times รายงานว่า ธุรกิจในอังกฤษมากกว่า 47,000 แห่ง จวนจะล้มละลาย สถานะทางการเงินของบริษัทเหล่านี้แย่ลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสูง และอัตราดอกเบี้ยที่สูง ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง

รายงาน Begbies Traynor Red Flag Alert รายงานวัดสถานะทางการเงินขั้นพื้นฐานของบริษัทต่างๆ อ่อนแอเพิ่มขึ้น 25.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยธุรกิจในสหราชอาณาจักรมากกว่า 47,000 แห่งจะล้มละลายภายในต้นปี 2567 นี้

รายงานจาก End Fuel Poverty Coalition องค์กรต่อต้านความขัดสน รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ระบุว่าฤดูหนาวปลายปี 2566 พลเมืองอังกฤษหนาวตาย เสียชีวิตเกือบ 5,000 ราย เพราะค่าพลังงานที่พุ่งสูง ต้องประหยัดใช้ชีวิตในบ้านที่เย็นจัดและชื้น

อัตราเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตอกย้ำความจำเป็นที่ต้องฉุดราคาพลังงานให้ลดต่ำลง และมีห้องเช่าราคาถูก , ผลศึกษาโดยแคมเปญ Warm This Winter พบว่าอัตราการเสียชีวิตส่วนเกินจากภาวะปกติเพิ่มขึ้นทุก ครั้งที่อุณหภูมิลดต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส

มีพลเมืองผู้ใหญ่มากถึง 8.3 ล้านคนในสหราชอาณาจักร ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่มีฉนวนกันหนาวอันย่ำแย่ ท่ามกลางความหนาวเย็นและชื้น สภาพแวดล้อมต่างๆ เลวร้ายลงสู่ระดับที่เป็นอันตราย

ในขณะที่ครัวเรือนต่างๆกำลังเผชิญกับปัญหา แต่พวกคณะรัฐมนตรีกลับนั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้พวกประชสชนเจอเรื่องคอขาดบาดตาย  ไม่แก้ไขค่าใช้จ่ายพลังงานที่พุ่งสูง ปล่อยให้บริษัทพลังงานใช้ศาลบีบบังคับให้ครัวเรือนต่างๆ ชำระเงินล่วงหน้า  และปฏิเสธแปรรูปอัตราค่าพลังงาน เพื่อช่วยเหลือคนที่รายได้น้อย

บิลค่าพลังงานแพงกว่าก่อนเกิดโรคระบาดโควิด ประชาชนต้องเผชิญกับอันตรายทางสุขภาพต่างๆนานาในฤดูหนาวเหน็บปีนี้ซ้ำเติมระลอกแล้วระลอกเล่า

รัฐบาลสหราชอาณาจักร ไม่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง หรือปรับลดค่าพลังงาน ไม่ใส่ใจต่อความผาสุกของคนชรา ในช่วงเวลาที่อุณหภูมิดำดิ่งต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

คาดว่า..สหราชอาณาจักร ทุ่มเงินและอาวุธให้ยูเครน กู้ยืมมากมหาศาล จนติดหล่มสงครามขึ้นไม่ได้ ตอกย้ำด้วยทุ่มเงินและอาวุธไปทำสงครามกับเยเมน หวังปกป้องอิสราเอล ที่กำลังสังหารล้างเผ่าพันธุ์พลเรือนชาวปาเลสไตน์ เป็นตัวการร่วมจนคดีขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ

แต่ไม่มีเงินช่วยเหลือภายในประเทศ ที่ธุรกิจใกล้ล้มละลาย 47,000 แห่ง และค่าพลังงานแพงมหาโหดต้องจ่ายก่อนใช้ ส่งผลพลเมืองรายได้น้อยกว่า 8.3 ล้านคนต้องหนาวจนเสียชีวิตไปเกือบ 5,000 ราย แบบนี้อีกไม่นานคงประกาศชัยชนะแยกเอกราชอีกแน่นอน

Cr.https://www.blockdit.com/world.update

Cr.https://www.facebook.com/profile.php?id=100077775671454