ซาอุดีอาระเบียลั่น! จะคืนสัมพันธ์อิสราเอล IOFต้องยุติขยี้กาซา ปาเลสไตน์ต้องได้เป็นรัฐอธิปไตย

0

ฮือฮาอีกครั้งกับการให้สัมภาษณ์ของนักการทูตระดับสูงของซาอุดีอาระเบีย เมื่อสื่อพยายามซักถามเกี่ยวกับท่าทีกับอิสราเอล ที่สหรัฐฯมักจะยืนยันว่ากำลังไปด้วยดี สนใจผลประโยชน์ร่วมกัน เจ้าชายไฟซาลฯซัดอิสราเอลมาหลายครั้ง ล่าสุดก็ยังยืนยันชัดว่า จะไม้กลับไปคบกับอิสราเอลจนกว่าจะเลิกเข่นฆ่าทำลายชีวิตประชาชนปาเลสไตน์ ย้ำชัด เรื่องปาเลสไตน์ต้องเคลียร์ก่อนเรื่องอื่นค่อยมาพูด

วันที่ ๒๒ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวอัลอะราบิญาและปาเลสไตน์โครนิเคิล รายงานว่าเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีต่างประเทศ ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ไม่มีทางที่จะทำให้สัมพันธ์กับอิสราเอลกลับสู่ภาวะปกติได้ หากไม่แก้ไขปัญหาชาวปาเลสไตน์ก่อน

นักการทูตระดับสูงของซาอุดิอาระเบียกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ American CNN ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า “นั่นคือวิธีเดียวที่เราจะได้รับผลประโยชน์” 

“ใช่แล้ว เพราะเราต้องการความมั่นคง และมีเพียงเสถียรภาพเท่านั้นที่จะเกิดจากการแก้ไขปัญหาชาวปาเลสไตน์” 

คำกล่าวของบิน ฟาร์ฮานเกิดขึ้นนอกรอบการประชุม World Economic Forum ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ออกอากาศเพียงวันอาทิตย์เท่านั้น

มีรายงานว่ารัฐมนตรียังได้เรียกร้องให้ยุติการรุกรานฉนวนกาซาของอิสราเอล เขาย้ำว่า “สิ่งที่เราเห็นคือชาวอิสราเอลกำลังบดขยี้ฉนวนกาซา ซึ่งเป็นประชากรพลเรือนของฉนวนกาซา” “สิ่งนี้ไม่จำเป็นเลย ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง และต้องหยุดลง”

ซาอุดีอาระเบียย้ำจุดยืนของตนต่อปาเลสไตน์และอิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ‘ปาเลสไตน์ต้องมาก่อน เจ้าชายไฟซาลย้ำว่า’การลดความรุนแรงของความขัดแย้งในฉนวนกาซาและการยุติการเสียชีวิตของพลเรือนเป็นจุดสนใจหลักของซาอุดีอาระเบีย 

เขากล่าวว่า “เสถียรภาพของภูมิภาคนี้ตั้งอยู่บนวิธีแก้ปัญหาที่ยุติธรรมและครอบคลุมสำหรับเป้าหมายของชาวปาเลสไตน์” โดย“การสถาปนารัฐปาเลสไตน์ที่มีพรมแดนติดกับกรุงเยรูซาเลมตะวันออกเป็นเมืองหลวงในปี ๑๙๖๗” 

นักการทูตระดับสูงของราชอาณาจักรได้เคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ในเวลานั้น ความคิดเห็นของเขาสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ หลังจากการให้สัมภาษณ์กับ Fox News กับมกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ซึ่งดูเหมือนจะเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ที่การจะทำให้สัมพันธ์กับเทลอาวีฟกลับสู่ภาวะปกติ

หนังสือพิมพ์ไทมส์ออฟอิสราเอลให้ความเห็นในขณะนั้น ระบุว่า“ความคิดเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการพูดคุยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ที่เป็นไปได้ระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิสราเอล โดยริยาดกล่าวว่าเรียกร้องให้อิสราเอลให้รัฐเอกราชแก่ชาวปาเลสไตน์” 

ความเป็นไปได้ของการฟื้นฟูดูเหมือนจะมากยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากการปฏิบัติการทางทหารของฮามาสเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคมแต่เมื่อสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามมาซึ่งดำเนินการโดยอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาท่าทีของซาอุดีอาระเบียได้เปลี่ยนไป

 

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาการสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสถาบันวอชิงตันเพื่อนโยบายตะวันออกใกล้ เปิดเผยว่า พลเมือง ซาอูดีจำนวนร้อยละ ๙๖ ที่น่าตกตะลึง คิดว่า “ประเทศอาหรับควรทำลายการติดต่อทางการทูต การเมือง เศรษฐกิจ และการติดต่ออื่นใดกับอิสราเอลโดยทันทีเพื่อเป็นการประท้วง ต่อต้านปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา”

การสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ถึง ๖ ธันวาคม ในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนพลเมืองซาอุดีอาระเบีย ๑,๐๐๐ คน ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ในการสำรวจอีกชุดหนึ่งล่าสุดซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ ๑๒ ธันวาคมถึง ๕ มกราคม ๒๕๖๗ ศูนย์ได้สำรวจชาวอาหรับ ๘,๐๐๐ คนใน ๑๖ ประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากรในภูมิภาคอาหรับ ผู้ตอบถูกถามคำถามหลากหลายเกี่ยวกับสาเหตุของปาเลสไตน์ การโจมตีอิสราเอลโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม สงครามฉนวนกาซาของอิสราเอล และนโยบาย  ของสหรัฐฯ

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาซึ่งน่าจะเป็นการล้างเผ่าพันธุ์ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ได้เพิ่มการสนับสนุนของชาวอาหรับต่อชาวปาเลสไตน์ และขยายความรู้สึกต่อต้านอิสราเอลและต่อต้านสหรัฐฯ 

ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากถึง ๙๒เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าสาเหตุของชาวปาเลสไตน์เป็นปัญหาที่น่ากังวลสำหรับชาวอาหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ชาวปาเลสไตน์เท่านั้น ซึ่งแสดงถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การสำรวจยังแสดงให้เห็นหลักฐานที่ชัดเจนของการสนับสนุนสาธารณะของชาวอาหรับต่อกลุ่มฮามาส ซึ่งปกครองฉนวนกาซา แต่ สหราชอาณาจักรและประเทศตะวันตกอื่นๆ  กำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย

ชัดเจนในจุดยืนของซาอุดีอาระเบีย ว่าตราบใดที่อิสราเอลยังบดขยี้ปาเลสไตน์ ปฏิเสธการหยุดยิง และไม่ยินยอมให้ปาเลสไตน์ได้เป็นรัฐอธิปไตยตามสิทธิอันชอบธรรม ซาอุดีอาระเบียจะไม่หันไปฟื้นสัมพันธ์กับอิสราเอลตามที่สหรัฐฯเรียกร้องผลักดันอย่างต่อเนื่อง ฉีกหน้าคู่หูสหรัฐฯ-อิสราเอลที่พยายามบอกกับโลกว่าเจ้าชายMBS เปิดโอกาสฟื้นสัมพันธ์กับอิสราเอลและพร้อมร่วมผลประโยชน์กับสหัฐฯและอิสราเอล วันนี้การให้สัมภาษณ์ของนักการทูตระดับสูงของซาอุฯเท่ากับสวนคำโกหกของสหรัฐฯที่พยายามให้ซาอุดีฯแปลกแยกจากกลุ่มประเทศมุสลิม เพราะกลัวอาหรับกับโลกมุสลิมรวมเป็นหนึ่งเดียว โอกาสที่สหรัฐฯจะมีอำนาจอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปไม่ได้ วันนี้สถานการณ์กำลังให้คำตอบ

กับไบเดนและเนทันยาฮูชัดแล้วว่า อย่าหวังมาหลอกใช้ซาอุดีฯเสียให้ยาก เพราะอาหรับปึ้กกับรัสเซีย-จีนไปแล้ว ภาพรวมก็บอกชัดว่าเลือกข้างไหน!!