ฮิซบุลเลาะห์-ฮูตีเย้ยไบเดน! เป็นเรื่องโง่เขลาที่บุกเยเมน กูรูฟันเปรี้ยงสหรัฐฯแพ้

0

๑๐๒ วันของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซาและการลุกขึ้นสู้ของชาวปาเลสไตน์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน วิทยุทหารอิสราเอลอ้างคำพูดของรัฐมนตรีสภาสงคราม กิเดียน ซาร์ กล่าวว่ากองทัพอิสราเอลยังห่างไกลจากความสามารถในการเอาชนะกลุ่มฮามาส

ความคิดเห็นของเขาเป็นไปตามคำแถลงของ กาดี ไอเซนคอต (Gadi Eisenkot) รัฐมนตรีอีกคนที่กล่าวว่าอิสราเอลควรเลือกใช้ข้อตกลงที่ดีเพื่อนำทหารอิสราเอลกลับบ้าน

การสู้รบที่แนวหน้าในสมรภูมิภาคพื้นดินที่กาซา เวสต์แบงก์และชายแดนเลบานอนกำลังเข้มข้น ขณะที่การต่อสู้ในสมรภูมิทะเลแดงนับวันยิ่งเดือดระอุ เมื่อสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรเปิดเกมโจมตีรุกรานเยเมน โดยการทิ้งระเบิดใส่เมืองหลวงและเมืองอื่นๆนับ๑๐๐ลูกส่งผลมีคนเสียชีวิต ๖ ราย เยเมนประกาศเพิ่มเป้าหมายเป็น ๓ อ.ทันทีคืออิสราเอล-อเมริกา-อังกฤษ และแย้มว่ายังมีเซอร์ไพรซ์ใหญ่รออยู่

ล่าสุดผู้นำฮิซบุลเลาะห์ออกมาเย้ยไบเดนว่า เป็นเรื่องโง่เขลาที่ตัดสินใจบุกเยเมน ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์ก็ออกมาสะท้อนความเชื่อมั่นของเยเมนและฟันธงว่างานนี้สหรัฐฯมีแต่แพ้เท่านั้น

วันที่ ๑๗ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และปาเลสไตน์โครนิเคิลรายงานว่าเรือกรีกที่มุ่งหน้าไปยัง “อิสราเอล”ได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของ YAFหรือ Yemen Army Force หลังไม่ฟังคำเตือนและในที่สุดก็ต้องหันเรือกลับออกไป

“เพื่อชัยชนะต่อชาวปาเลสไตน์ที่ถูกกดขี่ในฉนวนกาซาและตกอยู่ภายใต้การรุกรานและการปิดล้อม กองกำลังทางเรือของกองทัพเยเมนได้มุ่งเป้าไปที่เรือ โซกราเวีย(Zogravia) ซึ่งมุ่งหน้าไปยังท่าเรืออิสราเอล ด้วยขีปนาวุธที่เพียงพอหลายลูก” นายพบสารี กล่าวย้ำว่า “กองทัพเยเมนโจมตีเรือลำดังกล่าว หลังจากที่ลูกเรือเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องและข้อความเตือนพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า” 

เรือเทกองโซกราเวีย (Zogravia) อยู่ระหว่างทางขึ้นเหนือไปยังคลองสุเอซเมื่อถูกโจมตี ตามการระบุของกระทรวงนโยบายการขนส่งและเกาะของกรีก

ด้านผู้นำฮิซบุลเลาะห์แห่งเลบานอน นัสรุลเลาะห์ได้ออกมาเย้ยสหรัฐฯเจ็บจุก เขากล่าวว่า “ในไม่ช้า Biden จะตระหนักถึงขอบเขตของความโง่เขลาที่เขาทำโดยการโจมตีเยเมน”

ในเวลาเดียวกันฝ่ายทหารของกลุ่มได้รายงานผลการปฏิบัติงานวันอังคารที่ผ่านมา“นักรบของกลุ่มต่อต้านฯมุ่งเป้าไปที่การรวมตัวของทหารอิสราเอลบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ Ramia , Bayad Blida และ Hadab Al-Bustan ด้วยขีปนาวุธ Burkan และโจมตีโดยตรง ส่งผลเสียหายพังเละ”

ในการนี้นักวิเคราะห์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เตือนว่าประเทศเยเมนเป็นประเทศที่ยากจะถอดรหัส และคนเยเมนเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าสหรัฐฯและพวกจะต้องพ่ายแพ้

ฮุสเซน อัล บูไคติ นักวิเคราะห์การเมืองในซานา ไม่ได้ตกใจเมื่อสหรัฐฯ และพวก เปิดตัวซีรีส์โจมตีเยเมนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

การโจมตีดังกล่าวดำเนินการโดยเครื่องบินรบ เรือดำน้ำ และเรือของสหรัฐฯ และอังกฤษ พวกเขามุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่มฮูตีแต่อัล บูไคติมั่นใจว่าสาเหตุของการโจมตีของชาวตะวันตกไม่ได้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ

เขาย้ำว่า“สหรัฐฯ และพันธมิตรเริ่มสงครามครั้งใหม่เพียงเพราะพวกเขาต้องการให้อิสราเอลสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ต่อไป พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์อย่างที่พวกเขาต้องการได้”  ประเทศของเราไม่สามารถยืนเฉยได้โดย”เฝ้าดูความโหดร้ายเหล่านี้” นี่คือเหตุผลที่เยเมนตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของชาวปาเลสไตน์

เขากล่าวเสริมว่า “ไม่สำคัญว่ารัฐจะห่างไกลแค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือหลักการ เราไม่สามารถสูญเสียศักดิ์ศรีและจุดยืนทางศีลธรรมของเราได้เพียงแค่นั่งดูโศกนาฏกรรมในฉนวนกาซาที่กำลังเกิดขึ้น” 

อัล บูไคติ เตือนว่าการโจมตีเยเมนของชาติตะวันตกอาจทำให้ทั้งประเทศและพื้นที่ทั้งหมดตกอยู่ในความขัดแย้งนองเลือดอีกครั้ง 

นักวิเคราะห์กล่าวเมื่อเช้าวันจันทร์“ผมมั่นใจว่าการรุกรานของอเมริกาจะไม่มีใครได้รับคำตอบ” “เราจะลงไปในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ในฐานะประเทศที่จมหรือทำลายเรือของอเมริกาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง”

ชั่วโมงต่อมา ในคืนวันจันทร์ กลุ่มฮูตีก็ทำเช่นนั้น ตามรายงาน กลุ่มกบฏได้โจมตีเรือสินค้าแห้งเทกองยิบรอลตาร์ อีเกิล ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าของและดำเนินการด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือ แม้ว่าจะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตก็ตาม

นายพลยะห์ยา สารี โฆษกกองทัพเยเมน ย้ำว่าการตอบโต้ต่อการโจมตีของอเมริกาและอังกฤษนั้น”หลีกเลี่ยงไม่ได้”และไม่มีการโจมตีใดในอนาคตที่จะไม่ได้รับการลงโทษ “สงครามในภูมิภาคเป็นเพียงเรื่องของเวลา แต่ผู้ที่จะพ่ายแพ้จากสงครามครั้งนี้คือสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เยเมนเป็นที่รู้จักในฐานะสุสานของผู้รุกราน และประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย”

บูไคติ เชื่อว่ายังคงเป็นไปได้ที่จะบรรเทาความตึงเครียดและป้องกันความขัดแย้งครั้งใหญ่ แต่เขากล่าวว่าเพื่อให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสองประการ

ประการแรกคือ ตะวันตกควร”ออกจากพื้นที่และหยุดการแพร่กระจายความวุ่นวายในภูมิภาค” ประการที่สองคืออิสราเอลควรยุติการรุกรานในฉนวนกาซา 

อัล บูไคติ กล่าวสรุปว่า“ข้อเรียกร้องของเยเมนนั้นง่ายมาก ควรยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซา อาหาร น้ำ เชื้อเพลิง และยารักษาโรค ควรได้รับอนุญาต นี่เป็นข้อเรียกร้องขององค์กรพัฒนาเอกชนและกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆ และคือสิ่งที่ผู้ประท้วงทั่วโลกเรียกร้อง แต่รัฐบาลตะวันตกไม่ต้องการฟังเสียงเรียกร้องของสาธารณชน พวกเขาได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาเป็นทรราช ไม่ใช่พรรคแห่งประชาธิปไตยและจนกว่าพวกเขาจะเปลี่ยนจุดยืน เยเมนก็จะสู้ต่อไปจนถึงที่สุดไม่ต้องสงสัยเลย”

สมมติฐานของนักวิเคราะห์จะสอดคล้องความเป็นจริงหรือไม่เวลาจะเป็นเครื่องตัดสิน แต่เค้าลางส่อไม่น้อยเมื่อ ยักษ์ท้องสมุทรอย่างสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรดำเนินการแบบชักเข้าชักออก ต่างจากอดีตเวลาที่จะปราบหรือทำศึกในภูมิภาคตะวันออกกลางก็สามารถระดมกำลังจากพันธมิตรนาโต้มาร่วมถล่มเป้าหมายได้จัดการเบ็ดเสร็จ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป แม้พันธมิตรจะไม่ปฏฺิเสธแต่ร่วมอย่างเสียไม่ได้ แม้พยายามจะสร้างภาพว่าการถล่มเยเมนเป็นการปราบอันธพาลที่ทำให้เศรษฐกิจโลกยับเยิน แต่ปิดบังเป้าหมายที่แท้จริงในการรักษาผลประโยชน์ของอิสราเอลและพวกพ้อง สิ่งใดที่ไม่ชอบธรรมจะไม่ได้รับการตอบรับ แต่งานนี้ขาใหญ่อย่างสหรัฐฯและพวกไม่ยอมแน่ ศึกมหากาพย์ทะเลแดงจะเป็นแค่สารตั้งต้นของสมรภูมิใหญ่ในตะวันออกกลาง ก่อนหน้านี้ทั้งฝ่ายสหรัฐฯและฝ่ายต่อต้านพยายามให้เป็นศึกตัวแทน แต่เมื่อสหรัฐฯอังกฤษพลาดเปิดหน้าเองขนาดนี้ก็จะต้องเร่งโหมให้การเผชิญหน้ากับเป้าจริงอย่างอิหร่านออกหน้าให้ได้ดูแล้วคงยากที่ผู้เล่นตัวจริงอย่างอิหร่านและพันธมิตรจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป เพราะแนวรบทั้งภาคพื้นดินและมหาสมุทรขยายวงแล้ว!!