Resistanceรุกถี่! USสั่งถอนฐานทัพเฮโนในซีเรีย หลังโดนบอมบ์ ๗๓ ครั้ง๓เดือน ล็อคเป้าอีก ๓ฐาน-ที่ราบสูงโกลัน

0

สถานการณ์ร้อนล่าสุดในตะวันออกกลาง กำลังเป็นที่จับตาเมื่อฐานทัพสหรัฐฯ ต้องถอนออกจากพื้นที่ยุทธศาสตร์และอพยพย้ายไปไหนยังไม่ปรากฏ เนื่องจากมีการโจมตีจากResistanceซีเรียหลายระลอกไม่หยุดหย่อน

ซีเรียอยู่ติดกับอิสราเอลและเลบานอน ที่สำคัญที่ราบสูงโกลันอยู่ในแผ่นดินของซีเรียและสหรัฐฯโดยอดีตปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกให้อิสราเอลเฉยโดยที่นานาชาติปิดปากเงียบ สหประชาชาติเป็นใบเบื้อ วันนี้การเคลื่อนไหวของ

Resistanceในอิรัก-ซีเรียจึงสอดประสานกัน พุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯและที่ราบสูงโกลัน ทวงคืนสิทธิในแผ่นดินที่ถูกแย่งไปอย่างไม่เป็นธรรม

วันที่ ๑๗ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวอัล-มายาดีนรายงานว่า กองกำลังยึดครองของสหรัฐฯ ได้อพยพฐานทัพเฮโมในชนบทของเมืองคามิชลี ทางตอนเหนือของฮาซาคาห์ ในซีเรีย ซึ่งเป็นผลมาจากการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำอีกบนฐานนี้โดยกลุ่มResistanceในอิรัก

ผู้สื่อข่าวของอัลมายาดีนยืนยันว่าการมาถึงของกำลังเสริมทางทหารของกองทหารสหรัฐฯ ไปยังเรือนจำอัล ซินา ในเมืองฮาซาคาห์ สอดคล้องกับเหตุการณ์ซึ่งตรงกับเส้นทางการบินของเฮลิคอปเตอร์ที่เคลื่อนไหวติดๆกันในช่วงวันจากฐานทัพ

ฐานทัพเฮโมถือเป็นฐานทัพสำคัญสำหรับกองกำลังยึดครองของสหรัฐฯ ในซีเรีย เนื่องจากตั้งอยู่ห่างจากสนามบินคามิชลีไปทางตะวันตก ๔ กม. และเพิ่งเพิ่มขนาดกองกำลังเป็น ๓๕๐ นายไปไม่นานมานี้

หมู่บ้านเฮโมยังมีค่ายฝึกพิเศษสำหรับกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรียและได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่กองกำลังสหรัฐฯ ฝึกกลุ่มติดอาวุธ SDFด้วย

เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักประกาศว่าจะโจมตีฐาน Hemo ด้วยขีปนาวุธแน่นอนและก็ทำตามนั้น

กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า นักรบของกลุ่มมุ่งเป้าฐานยึดครองของสหรัฐฯ ๓ แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย

ล็อคเป้าหมายฐานทัพสหรัฐฯ ๒แห่งในแหล่งน้ำมันอัล-โอมาร์ในเมืองดาอีร์ เอซซอร์ (Deir Ezzor) และฐานทัพของสหรัฐฯ ในหมู่บ้านกรีนในซีเรีย โดยใช้โดรน

ก่อนหน้านี้ กลุ่มต่อต้านอิรักได้ประกาศโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองคารับ อัล-จิร์ ในเขตชนบทของจังหวัดอัล-ฮาซาคาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ด้วยขีปนาวุธ

ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคมปีที่แล้ว กลุ่มต่อต้านในอิรักมุ่งเป้าไปที่ฐานยึดครองของสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียอย่างต่อเนื่อง โดยชี้ให้เห็นว่าปฏิบัติการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านกองกำลังยึดครองของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และเพื่อตอบโต้การสังหารหมู่ของหน่วยงานยึดครองของอิสราเอลต่อ ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ รายหนึ่งบอกว่า กองกำลังสหรัฐฯ ถูกโจมตีอย่างน้อย ๑๓๐ ครั้งในซีเรียและอิรัก นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๐๒๓ จนถึงวันเสาร์ล่าสุดนี้ โดยสังเกตว่าการโจมตีประกอบด้วย ๕๓ ครั้งในอิรัก และ ๗๗ ครั้งในซีเรีย

สำนักข่าวของอิสราเอล เยดิออธ อโรนอธ(Yedioth Ahronoth)รายงานว่ากลุ่มResistanceในอิรักได้ประกาศการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหม่บนฐานทัพสหรัฐฯ ในซีเรียซึ่งสอดคล้องกับข่าวฝั่งอาหรับ 

แพทริค ไรเดอร์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ที่ผ่านมาว่ากองกำลังสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียถูกโจมตี ๑๒๗ ครั้งนับตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ โดน ๕๒ ครั้งที่ฐานทัพในอิรัก และ ๗๕ ครั้งที่ฐานทัพในซีเรีย

เป็นที่น่าสังเกตว่าเป้าหมายของกลุ่มต่อต้านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกองกำลังสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงเป้าหมายของอิสราเอลด้วย กองกำลังต่อต้านอิรักอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเป้าหมายสำคัญของอิสราเอลทางตอนใต้ของปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองและที่ราบสูงโกลันของซีเรียที่ถูกยึดครอง

ท่ามกลางศึกกาซาที่วันนี้ลามไปทั่วทุกทิศทั้งซีเรีย อิรัก เลบานอนและอาจลามไปถึงชายแดนกาซา-อิยิปต์ในไม่ช้า ซีเรียเป็นจุดเปราะบางแห่งหนึ่งในสมรภูมิตะวันออกกลางที่สหรัฐฯพยายามโค่นล้มรัฐบาลอัสซาดปัจจุบันมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ แต่เนื่องจากรัสเซียไดัรับเชิญจากรัฐบาลซีเรียให้เข้ามาช่วยกอบกู้สถานการณ์การคุกคามจากกลุ่มก่อการร้าย และยาวมาจนถึงทุกวันนี้  ซีเรียยังไม่สงบ มีการแทรกแซงรุกรบจากภายนอก มีการเคลื่อนไหวทางทหารตลอดเวลาอย่างซับซ้อน อาจเป็นโอกาสเคลียร์ปัญหาความเป็นปึกแผ่นของซีเรียอีกครั้งหลังจากที่ ปธน.บาซาร์ อัสซาดได้กลับมามีบทบาทอย่างเป็นทางการในโลกอิสลามอีกครั้ง เรื่องของซีเรียวันนี้มีเงาของรัสเซีย-อิหร่านและจีนทาบอยู่ข้างหลัง!