ยกระดับบู๊!! Resistance อิรักทุบไฮฟาด้วยขีปนาวุธร่อน ‘อัล-อัรกับ’ รัฐบาล-ปชช.เฉดหัวฐานทัพมะกันดื้อแพ่ง

0

สถานการณ์ล่าสุดในอิรัก น่าสุดทนแล้วสำหรับรัฐบาลอิรัก ถึงการทำอะไรตามใจชอบของสหรัฐฯในดินแดนของอิรักประหนึ่งอิรักคือเมืองขึ้นของสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างไรก็อย่างนั้นล่าสุดปฏิบัติการทั้งทางการทูต-การเมืองและการทหารจึงดุเดือดเข้มข้นขึ้นทุกประการ

นายกรัฐมนตรีอิรัก โมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี เน้นย้ำในวันนี้วันศุกร์ที่ผ่านมาถึงความสำคัญของการยึดมั่นต่อคำมั่นสัญญาว่าจะยุติการมีอยู่ของกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐฯ ในอิรัก

วันที่ ๘ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวอัล-มายาดันและอาหรับนิวส์รายงานว่า กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักประกาศว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในไฮฟาเมืองที่อิสราเอลยึดครองโดยใช้ขีปนาวุธร่อนระยะไกลรุ่น อัล-อัรกับ(al-Arqab) 

การกำหนดเป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้น “เพื่อสนับสนุนประชาชนของเราในฉนวนกาซา และเพื่อตอบโต้การสังหารหมู่ที่กระทำโดยองค์กรที่คร่าชีวิตและขับไล่พลเรือนปาเลสไตน์ รวมถึงเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ” ฝ่ายต่อต้านยังเน้นย้ำว่า “จะยังคงมุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่นของศัตรูต่อไป” โดยสัญญาว่าจะยังมีอีกมากที่ยังมาไม่ถึง 

ปฏิบัติการต่อต้านสหรัฐฯ เข้มข้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ Resistanceในอิรักประกาศว่าฐานทัพสหรัฐฯในเมืองกัสร็อก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชนบทฮาซาคาห์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียถูกโจมตีเป็นครั้งที่สอง การดำเนินการดำเนินการโดยใช้โดรน

กลุ่มต่อต้านยังประกาศในแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่งว่า นักรบของกลุ่มได้กำหนดเป้าหมายฐานยึดครองของอิสราเอลในที่ราบสูงโกลันที่ถูกยึดครองโดยใช้โดรนเช่นกัน นอกจากนี้ Resistanceอิรักยังมุ่งเป้าไปยังฐานยึดครองของสหรัฐฯ “ไอน์ อัล-อัสซาด” ทางตะวันตกของอิรักโดยใช้โดรนกามิกาเซ่

ผู้อำนวย การสำนักงาน อัลมายาดีนในกรุงแบกแดดกล่าวว่ากลุ่มต่อต้านในอิรักปฏิบัติการเข้มข้นขึ้น หลังจากที่สหรัฐฯ ละเมิดอธิปไตยของอิรักและการโจมตีทางทหารหลายครั้งโดยมุ่งเป้าไปที่พลเมืองอิรักในดินแดนอิรักเองโดยอ้างทำลายIS

และก็ถึงคราวรัฐบาลอิรักชูธงปราบIS ด้วยปฏิบัติการดาบแห่งความชอบธรรม

ในสุนทรพจน์ที่รำลึกถึงชีวิตของ “ผู้นำแห่งชัยชนะ” โดยอ้างถึงผู้พลีชีพนายพลกัสเซ็ม สุไลมานี(Qassem Soleimani)และอะบู มะห์ดี อัล-มูฮันดิส (Abu Mahdi al-Muhandis) นายกรัฐมนตรีอิรักยืนยัน “จุดยืนที่แน่วแน่และมีหลักการ” ของแบกแดด “คือการยุติการดำรงอยู่ของสหรัฐฯและแนวร่วม เนื่องจากได้ปฏิบัติเกินภารกิจตามที่ตั้งใจไว้”

สหรัฐฯ ได้ใช้ประโยชน์จากการมีอยู่ของกองทัพตน ผ่านฐานทัพอากาศเพื่อโจมตีและข่มขวัญศัตรูในภูมิภาคนี้อย่างผิดกฎหมาย ไม่ได้ปราบIS อย่างที่อ้าง

คำกล่าวของอัล-ซูดานีเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ สังหารฮัจญ์ มอชตัก ทาเลบ อัล-ไซดี (อาบู ตักวา) ภายใต้ข้ออ้างของ เจ้าหน้าที่ Popular Mobilization Forces (PMF) โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

PMF เป็นกลุ่มทหารที่พึ่งพาพลเมืองอิรักเป็นหลัก ซึ่งรับผิดชอบในการต่อสู้กับการก่อการร้ายที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในภูมิภาค PMF ทำหน้าที่ภายใต้เขตอำนาจของรัฐบาลอิรัก ดังนั้นจึงมีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ สถานที่ลอบสังหารยังเป็นของกระทรวงมหาดไทยของอิรัก ซึ่งถือเป็นการละเมิดที่เห็นได้ชัดอีกครั้งหนึ่งของกองกำลังสหรัฐฯ และเพนตากอนไม่อายที่จะยอมรับความรับผิดชอบต่อการโจมตีนี้ โฆษกของกระทรวงกลาโหม แพท ไรเดอร์ ให้รายละเอียดแผนการของสหรัฐฯอย่างภาคภุมใจ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

จับตาดูต่อไปจะเห็นความเข้มข้นยกระดับขึ้นเรื่อยๆในอิรักและซีเรีย เพราะรัฐบาลอิรักสุดทนที่สหรัฐฯใช้แผ่นดินของตนทำผิดกฎหมายสากลทุกวันอย่างหน้าตาเฉย ข้ามหัวรัฐบาล รัฐสภาอิรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต้องพูดถึงซีเรียพันธมิตรResistances แท็คทีมอิรักเคลื่อนไหวประสานกันเข้ม  โลกวันนี้เปลี่ยนไปแล้วเมื่อก่อนอิรักอาจกลัวเกรงบารมีและต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ วันนี้มีทางเลือกใหม่อย่างโลกหลายขั้วให้พึ่งพาได้ ยิ่งนานวันภาพลักษณ์ของสหรัฐฯและอิสราเอลที่ปฏิบัติการทางทหารแบบก่อการร้ายจะชัดขึ้น แม้ประเทศอื่นๆจะยังทำอะไรไม่ได้ แต่แนวรบไร้รูปแบบกำลังขยายตัว แข็งแกร่งมากขึ้นทุกวัน สหรัฐฯและพวกชอบแอ๊บเป็นตำรวจโลกแต่ถนัดงานมืด ก็ต้องเจอกับสงครามไร้รูปแบบจึงสมน้ำสมเนื้อ!