ตัดไฟแต่ต้นลม! ตุรกีเช็คบิลก่อน จับมอสสาด ๓๓ คนรวดไล่ล่าอีก ๑๓ หลังกรณีดับผู้นำฮามาสที่เลบานอน

0

ตุรกีเอาจริง เป็นฝ่ายกระทำทันที จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับอิสราเอล หลังเกิดกรณีลอบสังหารผู้นำการเมืองฮามาสที่กรุงเบรุตเมืองหลวงของเลบานอน ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ

ก่อนหน้านี้ รัฐยิวก็ให้คำมั่นที่จะตามล่าเจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสที่อยู่ห่างไกลออกไปนอกเขตแดนของตน สร้างศัตรูไปทั่วเพราะกร่างว่าขาใหญ่อย่างสหรัฐฯ-สหราชอาณาจักรหนุนหลัง วันนี้เจอคนจริงทั้งที่เลบานอนและตุรกี ยิ่งสร้างความคับแค้นขุ่นเคืองให้กับประชาชนมุสลิมทั่วโลก นั่นหมายความว่า Resistanceจะยิ่งขยายตัว ประชาชนในประเทศอาหรับ-มุสลิมทั่วโลกจะออกมากดดันรัฐบาลของตนให้จัดการกับอิสราเอลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่ส่งเสียงร้องต่อต้านด้วยคำพูด เพราะมันไม่สะเทือนอะไรอิสราเอลแม้แต่น้อย เกือบร้อยวันอิสราเอลยังคงเดินหน้าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์หนักมือขึ้นเรื่อยๆ แพ้ทางทหารในภาคพื้นดิน ก็โหมถล่มปูพรมหว่านแหทำลายชีวิตพลเรือนอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในศาล ICC, ICJ ก็ไม่ยี่หระ

วันที่ ๓ ม.ค.๒๕๖๗ สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และอนาดูลู รายงานว่า Türkiye จับกุมผู้ต้องสงสัย ๓๓ คนในข้อหาเป็นสายลับให้อิสราเอลเมื่อวันอังคาร และมีรายงานว่ากำลังติดตามอีก ๑๓ คนที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรอง Mossad ของเยรูซาเลมตะวันตก ตามรายงานของ Anadolu Agency

บุคคลที่ถูกควบคุมตัวซึ่งไม่ได้ระบุชื่อในรายงาน เชื่อกันว่ากำลังวางแผนที่จะปฏิบัติการ ” ลาดตระเวน ” ซึ่งรวมถึง ” ไล่ตาม โจมตี และลักพาตัว ” ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเมืองของตุรกีในนามของอิสราเอล

การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการสอบสวนของสำนักงานสืบสวนการก่อการร้ายและอาชญากรรมของสำนักงานอัยการอิสตันบูล ซึ่งเน้นไปที่การจารกรรมระหว่างประเทศ

 

การจู่โจมเข้าจับกุมพร้อมกันทั่วทั้ง ๕๗ แห่ง ใน ๘ จังหวัด ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ ขณะที่การดำเนินการค้นหาผู้ต้องสงสัยที่เหลือ ๑๓ คนอยู่ระหว่างดำเนินการ

โรเนน บาร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองชินเบตของอิสราเอล ออกมาขู่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ของเขาวางแผนที่จะตามล่าปฏิบัติการของกลุ่มฮามาส “ ทุกที่ ในฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ ในเลบานอน ในตุรกีและในกาตาร์ ”

บาร์ กล่าวในบันทึกเทปที่ออกอากาศโดยสถานีวิทยุคานแห่งรัฐอิสราเอลว่า “อาจต้องใช้เวลาสองสามปี แต่เราจะอยู่ที่นั่นเพื่อทำสิ่งนั้น ” 

ปธน. เรเซป ไตยิป แอร์โดกัน ของตุรกี เตือนอิสราเอลว่า อิสราเอลจะต้องเผชิญกับ “ ผลที่ตามมาร้ายแรง ” หากยังคงพยายามโจมตีเจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสในประเทศของเขาต่อไป 

ในขณะที่ตุรกีและอิสราเอลเริ่มกระชับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติก่อนที่จะมีการประกาศสงครามกับกลุ่มฮามาสและ เมื่อฉนวนกาซาถูกทิ้งระเบิดอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งสองประเทศก็ได้ถอนเอกอัครราชทูตออกจากดินแดนของกันและกันแล้ว นอกจากนี้ทางฝ่ายกฎหมายของตุรกีได้ยื่นเรื่องดำเนินคดีเนทันยาฮูและอิสราเอลในฐานก่ออาชญากรรมล้างเผ่าพันธ์ต่อศาลICCและICJ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แอร์โดกันประณามนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ว่า “ แย่กว่าฮิตเลอร์ ” โดยประกาศว่า “ สิ่งที่เนทันยาฮูกำลังทำในฉนวนกาซา ไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่ฮิตเลอร์ทำ ” เพียงแต่ว่าผู้นำอิสราเอลนั้น “ ร่ำรวยกว่า ” กว่าผู้นำจอมเผด็จการ

เออร์โดกันกล่าว ว่า“เขาได้รับการสนับสนุนจากตะวันตก เขาได้รับการสนับสนุนทุกรูปแบบจากสหรัฐฯ และด้วยการสนับสนุนทั้งหมดนั้น ชาวกาซา ๒ หมื่นคนจึงถูกสังหาร ” นับตั้งแต่นั้นมาจำนวนดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นเป็น ๒๑,๘๐๐ ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขกาซา 

ผู้วิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารที่ตามมาได้ชี้ไปที่จำนวนผู้เสียชีวิตของพลเรือนในระดับสูง การยอมรับจากเจ้าหน้าที่ทหารว่าโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนถูกจงใจกำหนดเป้าหมาย และเอกสารของรัฐบาลรั่วไหลซึ่งอธิบายถึงแผนการที่จะย้ายประชากรปาเลสไตน์ทั้งหมดออกจากฉนวนกาซา มันพิสูจน์ว่าเป็นพลเรือนชาวปาเลสไตน์ ที่ถูกกำหนดเป้าหมายโดยกองทัพอิสราเอลมากกว่ากลุ่มติดอาวุธฮามาสที่ควบคุมดินแดนฉนวนกาซา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาสจำนวนมากอาศัยอยู่หรือใช้เวลาสำคัญนอกฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ รวมถึงในเมืองหลักของตุรกี ซึ่งกลุ่มฮามาสมีสำนักงานในอิสตันบูล เออร์โดกันกล่าวว่ากลุ่มติดอาวุธกำลัง “ ปกป้องดินแดนของตน ” และต่อสู้เพื่อการปลดปล่อยชาวปาเลสไตน์ จึงไม่ใช่กลุ่มก่อการร้าย

ผู้นำตุรกี กล่าวถึงนโยบายต่างประเทศของตุรกีมุ่งเน้นไปที่ประเทศตุรกีเป็นสำคัญแต่ใช้มุมมองระดับโลก “เราได้กำหนดนโยบายต่างประเทศของเราโดยมีตุรกีเป็นศูนย์กลางแต่มีมุมมองระดับโลก และจะไม่มีการหันหลังกลับ” แอร์โดอันกล่าวในสุนทรพจน์ในเมืองหลวงอังการา เขาเน้นย้ำว่าตุรกีไม่สนใจกลุ่มผู้ก่อสงครามที่พยายามทำให้ประเทศเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งอันนองเลือดทั้งทางเหนือและทางใต้

“แม้จะมีการแทรกแซงจากบุคคลที่สามที่เสนอแนะเป็นอย่างอื่น แต่เราก็ได้ทำงานเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนบ้านของเรา บนพื้นฐานของแนวทางที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย” 

จุดยืนของแอร์โดกันชัดเจน เขาจึงไม่คิดจะถอนตัวจากNATO แต่ก็ไม่แคร์อิสราเอลโดยเฉพาะประเด็นของปาเลสไตน์ การช่วยเหลือต่อชาวปาเลสไตน์ชัดเจนว่าเป็นไปทางด้านมนุษยธรรม แต่ไม่มีการขยับทางการทหารทั้งต่อทางฝ่ายอิสราเอลและกองหนุนอิสราเอลแต่อย่างใด การลงมติในฐานะสมาชิกสหประชาชาติก็มีจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างชัดเจน ไม่เกรงใจสหรัฐฯและสมาชิกนาโตตัวตึงอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี แค่นี้ก็เป็นจุดร่วมที่มีพลังต่อฝ่าย Resistance ไม่น้อย หากเมื่อใดสหรัฐฯหรืออิสราเอลแตะผลประโยชน์ของตุรกี แอร์โดกันจะตอบโต้ทันทีอย่างกรณีจับสายลับอิสราเอลฯ เรียกว่าชกก่อนขึ้นเวที หงายเงิบกันไปทั้งเนทันยาฮูและไบเดน ก็OKนะ!