สติแตก! เรือรบUSรัวมั่วเกือบจมเรือบรรทุกน้ำมันกาบองในทะเลแดง ตั้งกองเรือบี้เยเมนล่ม ๖ ปท.เทหน้าแตกยับ

0

และแล้วก็ล่มเรียบร้อยสำหรับปฏิบัติการ Operation Prosperity Guardian ของ สหรัฐฯหลังจากที่พันธมิตรนาโต้อย่างสเปน, ฝรั่งเศส และอิตาลี ได้ประกาศขอถอนตัวออกจากพันธมิตรทางเรือที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อต่อต้านเยเมน ก่อนหน้านี้ทั้งออสเตรเลียและจีนก็ปฏิเสธไปแล้ว ดูเหมือนว่าจะเหลือแต่อังกฤษที่เอาการเอางาน เป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อจุดยืนระดับโลกของสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ

ล่าสุดสื่ออาหรับรายงานว่า เรือรบสหรัฐฯตื่นตระหนกเกินเหตุจนเกือบยิงใส่เรือบรรทุกน้ำมันกาบอง ที่แล่นออกมาจากท่าเรือรัสเซีย บ่งบอกความวิตกกังวัลของผู้บัญชาการกองเรือสหรัฐฯไม่น้อย

ความพีคยังไม่หมดสื่ออาหรับนิวส์รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าอิหร่านประกาศขู่จะปิดช่องแคบยิบรอลตาร์และการเข้าถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านกล่าวว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอาจถูกปิดหากสหรัฐฯ และพันธมิตรยังคงก่อ “อาชญากรรม” ในฉนวนกาซา โดยไม่ได้อธิบายว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขณะที่สื่อตะวันตกเร่งโหมข่าวว่า อิหร่านปิดช่องแคบริบยอลตาร์แล้ว ความจริงประเด็นนี้ตรงกับ กลุ่มResistance ของอิรักที่ออกมาประกาศจะหนุนช่วยเยเมนโดยการโจมตีไปที่เมืองท่าของอิสราเอล และแหล่งก๊าซในเมดิเตอร์เรเนียนมีเงื่อนไขเหมือนกันคือ หากอิสราเอลและสหรัฐยังเดินหน้ากวาดล้างปาเลสไตน์ไม่หยุดทำเลจะไม่เดี้ยงแค่ทะเลแดงอีกต่อไป

วันที่ ๒๕ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัลมายาดีนและอาหรับนิวส์รายงานว่า มูฮัมหมัด อับดุล ซาลาม หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของซานา-เยเมน เปิดเผยว่า เรือรบอเมริกันลำหนึ่งได้ปล่อยการยิงอย่าง “บ้าคลั่ง” ระหว่างภารกิจสำรวจของกองทัพเยเมนในทะเลแดง 

เขาชี้แจงว่า “ในขณะที่เครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือเยเมนบินข้ามทะเลแดงในภารกิจสำรวจ เรือรบอเมริกันลำนั้นก็ยิงอย่างบ้าคลั่งโดยใช้อาวุธหลายชิ้น ซึ่งเป็นการกระทำที่เผยให้เห็นความสับสนและความกังวลของมัน” เขายังเสริมด้วยว่าหนึ่งในขีปนาวุธที่ยิงโดยเรือรบดังกล่าว ได้ระเบิดใกล้กับเรือบรรทุกน้ำมันของกาบองที่แล่นผ่านทะเลแดงจากท่าเรือรัสเซียด้วย

อับดุล ซาลามยังเตือนว่า “ทะเลแดงจะเป็นสนามรบที่ยังคุกรุ่นอยู่ หากวอชิงตันและพันธมิตรยังคงมีอำนาจเหนือกว่าอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” และเสริมว่า “ประเทศต่างๆ ที่ติดกับทะเลแดงจะต้องตระหนักถึงความเป็นจริงของอันตรายที่คุกคามความมั่นคงของพวกเขา ” และยืนยันว่า “สหรัฐฯ และพันธมิตรคุกคามการเดินเรือทางทะเลระหว่างประเทศโดยการเสริมกำลังทหารในทะเลแดง”

ผู้นำกลุ่มต่อต้านเยเมน ซัยยิด อัล-ฮูตี กล่าวว่า “หากสหรัฐฯ กำลังพิจารณากำหนดเป้าหมายไปที่เยเมน เราจะไม่ยืนเฉยเฉย เรากำลังทำสงครามโดยตรงกับสหรัฐฯและ “อิสราเอล” แต่สหรัฐฯต้องการให้มีผู้รับมอบฉันทะมาสู้กับเยเมนแทน นั่นคือสิ่งที่พวกเขาปรารถนามากที่สุด 

เขากล่าวว่า “หากอเมริกาต้องการต่อสู้กับจุดยืนของเยเมนเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ ก็จะต้องเผชิญหน้ากับชาวเยเมนทั้งหมด” เสริมว่า “หากนั่นคือสิ่งที่อเมริกาต้องการ ก็จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่เผชิญใน อัฟกา นิสถานและเวียดนาม”

ในส่วนของการเดินเรือทางทหารของสหรัฐฯ ในทะเลแดง เขาเรียกมันว่า “ผิดกฎหมาย” และ “การรุกรานที่บ้าบิ่นและโง่เขลาซึ่งรับใช้อิสราเอลเท่านั้น” เขาเน้นว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปที่สมรู้ร่วมคิดในความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ กำลังเสี่ยงต่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง

เขาเน้นย้ำว่าเป้าหมายเดียวของกองทัพเรือเยเมนในทะเลแดงคือเรือของอิสราเอลและเรือที่มุ่งหน้าไปยัง “อิสราเอล”เพราะการกระทำของเยเมนไม่ได้มีเจตนาบ่อนทำลายการเดินเรือระหว่างประเทศ แต่เป้าหมายเดียวคือการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทำลายล้างอยู่ในขณะนี้

ด้านสถานภาพกองเรือพันธมิตรProsperity Guadian นั้นมีความแตกแยกที่เกิดขึ้นในหมู่สมาชิกของแนวร่วมทางทะเลซึ่งนำโดยสหรัฐฯ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นเรื่องที่น่าสังเกต หลายประเทศในยุโรปปฏิเสธที่จะส่งเรือภายใต้การบังคับบัญชาของสหรัฐฯ มันบ่งบอกความตกต่ำของอำนาจบารมีของสหรัฐฯอีกครั้ง

ปฏิบัติการพรอสเพอริตี้การ์เดียน ได้ “แสดงรอยแตกขนาดใหญ่” The War Zone ได้รายงานเกี่ยวกับการโจมตีด้วยโดรนที่พุ่งเป้าไปที่เรือพาณิชย์เมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนจะขยายออกไปเกินชายฝั่งเยเมน และไปถึงน่านน้ำใกล้อินเดียอีกด้วย

หลายประเทศตกลงที่จะส่งบุคลากรเพียงจำนวนจำกัดตัวอย่างเช่นออสเตรเลียปฏิเสธส่งเรือรบเข้าร่วมแต่เกรียงใจส่งทหารเข้าร่วม ๑๑ นาย เนเธอร์แลนด์ส่งทหารมาร่วม ๒ นาย และรายอื่นๆยังไม่มีรายละเอียดแน่นอนว่าจะส่งเรือมากี่ลำ

เพื่อตอบสนองต่อแนวร่วมดังกล่าวโมฮัมเหม็ด อาลี อัล-ฮูตี เจ้าหน้าที่อาวุโสของเยเมน อันซาร์ อัลเลาะห์ ประกาศในสถานีโทรทัศน์อัล-อาลัมว่า “เยเมนจะกำหนดเป้าหมายไปที่เรือของประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมแนวร่วมกองทัพเรือต่อต้านเยเมนของสหรัฐฯ ในทะเลแดง เรือของประเทศเหล่านั้นจะถูกเราโจมตีในทะเลแดง”

สถานการณ์แนวรบทางทะเลดูเหมือนกำลังระอุเดือดมากขึ้นทุกวัน จากทะเลแดง สู่ทะเลอาหรับและกำลังคืบคลานสู่เมดิเตอร์เรเนียนอย่างชัดเจน เมื่อการต่อสู้ทางการเมือง-การทูตไร้ผล เพราะสหรัฐฯกุมกลไกความยุติธรรมทั้งหมดในโลกนี้สามารถขัดขวางมติเสียงส่วนใหญ่ทั้งใน สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตมาครั้งแล้วครั้งเล่า ขัดขวางการหยุดยิง ขัดขวางการยุติสงครามและการก่ออาชญากรรมของอิสราเอลอย่างโจ่งแจ้ง การเคลื่อนไหวแบบสงครามเงาก็จะกระชับแรงมากขึ้นเรื่อยๆ 

สงครามเศรษฐกิจและสงครามทางการทหารเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน กลุ่มฮูตีมีข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจที่สำคัญโดยพิจารณาจากภูมิศาสตร์ในการมีอิทธิพลและคุกคามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก และได้พิสูจน์ความสามารถและความเต็มใจที่จะใช้มันแล้ว และไม่มีทางแน่นอนได้เลยว่ากองเรือตะวันตกที่รวมตัวกันตามชายฝั่งเยเมนจะสามารถเอาชนะกลุ่มฮูตีทางการทหารได้โดยไม่เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล เป็นอีกหนึ่งแนวรบที่ไม่ทันระเบิดขึ้นก็เห็นวี่แววว่าสหรัฐฯ-อิสราเอลมีแต่ทางแพ้เท่านั้น ตามที่นักวิเคราะห์จากลอนดอนฟาเบียน ฮินซ์นักวิจัยจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงกลยุทธ์ มองว่า การตัดสินใจเปิดแนวรบทางทะเลกับเยเมนเป็นการคำณวนผิดและจะต้องรับผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง!