ผู้นำResistanceอิรักลั่น! สหรัฐฯต้องออกไป ๒ เดือน รัว ๑๐๐ ครั้งล็อคเป้า ๓ ฐานทัพUS ซีเรีย-อิรักเละ

0

เปิดหน้ากันแล้วสำหรับผู้นำขบวนการอัล-นูจาบา ซึ่งเป็นหนึ่งในResistanceในอิรัก ย้ำถึงเจตจำนงอันแน่วแน่ของกลุ่ม ในการต่อสู้กับกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค

ล่าสุดกลุ่มต่อต้านได้มุ่งเป้าไปที่ฐานยึดครองของสหรัฐฯ ๓ แห่งในซีเรีย แหล่งขุดน้ำมันเถื่อนก็โดน ก่อความเสียหายเพื่อหนุนช่วยการต่อสู่ในฉนวนกาซาอีกแรง

วันที่ ๒๒ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัลมายาดีนรายงานว่า เลขาธิการขบวนการอัล-นูจาบาในอิรัก ชีค อกราม อัล-คาบี ประณามพรรคการเมืองและหน่วยงานทางการเมืองของอิรักที่ร่วมมือกับ “การยึดครองของอเมริกา” ในโพสต์ที่เขาแชร์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้หน่วยงานที่ต่อต้านกลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรัก งดเว้นจากการเป็นพันธมิตรกับกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งเขาเรียกว่า “ศัตรูของอิรัก ศัตรูของคุณ และของเรา”

ชีคอัล-กะบียืนยันความพร้อมของกลุ่มต่อต้านอิสลามในการตอบโต้และเผชิญหน้ากับกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยเน้นว่ากลุ่มต่อต้าน “จะไม่ล่าถอยหรือประนีประนอม”

เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม  Fox Newsรายงานว่าจำนวนการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียและอิรักพุ่งสูงถึง ๑๐๐ ครั้งในเวลาประมาณ ๒ เดือน กลุ่มต่อต้านอิรักมีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติการส่วนใหญ่เหล่านี้  ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองต่อการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อสงครามยึดครองฉนวนกาซาของอิสราเอล

กลุ่มต่อต้านอิรักย้ำว่าพวกเขาจะไม่ทนต่อการมีอยู่ของทหารสหรัฐฯ ในประเทศซึ่งเกิดจากการรุกรานอิรักเมื่อปี๒๕๔๗ ก่ออาชญากรรมนับไม่ถ้วนและส่งผลเสียต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนความมั่นคงของภูมิภาค

ก่อนหน้านี้ในวันที่ ๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ชีคอัล-กะบีแสดงจุดยืนของกลุ่มต่อต้านอิสลามจากการที่สหรัฐฯ ปรากฏตัวในอิรักอย่างโจ่งแจ้ง โดยกล่าวว่ากลุ่มต่อต้านได้ตั้งใจที่จะปลดปล่อยอิรักโดยใช้วิธีการทางทหาร “เรื่องนี้เป็นอันได้ข้อยุติแล้ว”

กลุ่มต่อต้านอิรักระบุหลายครั้งว่าตนถือว่าฐานยึดครองของสหรัฐฯ ในซีเรียและอิรักเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ฐานทัพสหรัฐฯที่ยึดครองในแหล่งก๊าซโคโนโก ทางตอนเหนือของเดอีร์เอซซอร์ในซีเรีย ถูกโจมตีสองครั้งในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวของเราในกรุงแบกแดดกล่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอัล-ชาดาดีในซีเรียก็ตกเป็นเป้าหมายเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ กลุ่มต่อต้านอิสลามในอิรักได้ประกาศในแถลงการณ์ว่าได้มุ่งเป้าไปที่ฐานยึดครองทันฟ์ (Tanf) และฐานยึดครองอีกแห่งในค่ายรุกบันโดยใช้โดรนและประสบความสำเร็จในการโจมตีโดยตรง 

กลุ่มต่อต้านระบุว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “โดรนโจมตีเป้าหมายโดยตรงในฐานทัพทั้งสองแห่งของอเมริกา” การต่อต้านดังกล่าวได้แชร์ภาพการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเป้าหมายที่ฐานยึดครองไอน์ อัล-อัสซาด ด้วย

ฮาเชม อัคล-คินดี(Hashem al-Kindi) หัวหน้ากลุ่มศึกษายุทธศาสตร์ Naba กล่าวว่า “การต่อต้านในอิรักได้โจมตีฐานทัพของอเมริกามากกว่า ๗๐-๑๐๐ ครั้ง และความรุนแรงยังดำเนินอยู่”

เขาเสริมว่ากลุ่มต่อต้านในอิรัก “ใช้อาวุธใหม่ที่มีพิสัยไกล และมันจะบานปลายด้วยการกำหนดเป้าหมายไปยังอิสราเอล” และเป็นการยืนยันว่า “พวกเขาสามารถผลักดันการเผชิญหน้าไปยังระยะที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้คาดคิดและไม่รู้จัก”

ทางด้านเพนตากอนกล่าวในแถลงการณ์ว่า อัตราการโจมตีที่กระทำต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในอิรักและซีเรียเพิ่มขึ้น ๔๕% ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

โฆษกกองทัพของกลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์เปิดเผยข้อมูลอัปเดตการปฏิบัติงานใหม่และยกย่องการต่อต้านในอิรักและเลบานอนสำหรับความช่วยเหลือของพวกเขา

จะเห็นว่าการปฏิบ้ติการของกลุ่ม Resistance นั้นประสานกัน และหนุนช่วยกันทั้งในทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี  การถล่มโจมตีอย่างหนักต่อกาซาของกองทัพอิสราเอล ถูกถึงรั้งการช่วยเหลือจากสหรัฐฯด้วยการรุกหนักของเลบานอนทางเหนือ และการโจมตีทรัพย์สิน บ่อน้ำมันเถื่อนในการยึดครองของสหรัฐฯ ในขณะที่แนวรบทางทะเล เยเมนก็เป็นหลักในการเปิดเกมใหญ่กับสหรัฐฯซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักของอิสราเอลให้ห่วงหน้าพะวงหลัง จากเป็นฝายรุกทางยุทธศาสตร์ กลายเป็นฝ่ายรับไป เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มResistance นั้นไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า  ขาใหญ่ทั้งอาหรับและโลกมุสลิม ก็เล่นบทหนุนกองทัพเงาแทนออกหน้า ยุทธการรุมยำสหรัฐฯผ่านสงครามย่อยในหลายจุดที่กลุ่มResistance มีความชำนาญเหนือกว่าเพราะเป็นคนพื้นที่ ทำให้สหรัฐฯอาจต้องกดดันให้อิสราเอลยุติศึกเร็วยิ่งขึ้น สวนทางกับเนทันยาฮูที่ออกมาประกาศอีกแล้วว่า จะต้องเดินหน้าปราบฮามาสต่อไป ความแตกต่างระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและพวกที่เห็นสัญญาณแตกแยก กับภาพความเป็นหนึ่งเดียวกันของกองกำลัง Resistance และรายใหญ่ของอาหรับและโลกมุสลิม ประเมินได้ว่า ไม่ว่าสงครามใหญ่จะผุดขึ้นหรือไม่ ทั้งสหรัฐฯและอิสราเอลจะไม่สมหวังในแผนการใหญ่อย่างแน่นอน!!