เยเมนลั่นพร้อมลุย! บี้เรือเอี่ยวอิสฯจนกว่าจะหยุดทำลายกาซา ซัดเมกาและพวกน่าอายทำทะเลแดงเป็นวอร์โซนเอง

0

ตื้นเต้นกันไปทั่วเมื่อสหรัฐฯประกาศจัดตั้งกองเรือพันธมิตรปราบเยเมน และมีประเทศเข้าร่วม ๑๐ ประเทศ มีบาห์เรนแหกคอกจากประเทศมุสลิมไปแห่งเดียว คาดว่าน่าจะถูกบีบเพราะเป็นฐานที่ตั้งของกองเรือที่ห้าของกองทัพเรือสหรัฐฯ แต่ที่สำคัญซาอุดีอาระเบีย-UAE และกาตาร์ ขาใหญ่กลุ่มอ่าวอาหรับไม่ร่วมด้วย สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้กองทัพเยเมนสะดุ้งสะเทือน ออกมาประกาศให้คำมั่นที่จะมุ่งเป้าไปที่เรือที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลต่อไป และเตือนว่ากองเรือพันธมิตรที่น่าอับอายนี้จะต้องรับผลที่ตามมาอย่างไม่คาดคิด ขู่กลับซะเลย

วันที่ ๒๐ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัลมายาดีน-ปาเลสไตน์โครนิเคิลและรัสเซียทูเดย์ รายงานว่า ในโพสต์ภาษาอังกฤษเมื่อวันอังคาร โมฮัมหมัด อัล-บูไคติโฆษกอันซาร์ อัลลอฮ์แห่งเยเมน กล่าวถึงกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ ว่าเป็น“แนวร่วมแห่งความอับอาย”และการสนับสนุนอิสราเอล“เป็นรอยเปื้อนบนประวัติศาสตร์”ที่จะนำไปสู่การ“ขยายขอบเขตของความขัดแย้งและเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อสายการเดินเรือ”

โมฮัมหมัด อับเดล ซาลาม ทีมโฆษกอันซาร์ อัลลอฮ์ บอกกับอัลมายาดีน ในการสัมภาษณ์พิเศษว่า เยเมนจะไม่ปล่อยเรือที่ถูกยึดใดๆ เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยชาวปาเลสไตน์ นัยยะคืออิสราเอลต้องหยุดโจมตีปาเลสไตน์เท่านั้น เขาย้ำว่าการโจมตีทางอาญาที่เกิดขึ้นกับปาเลสไตน์บีบให้ผู้ที่มีเสรีภาพทุกคนลงมือปฏิบัติตอบสนองไม่ใช่นิ่งเฉย และเน้นย้ำว่าพวกเขายืนหยัดต่อสู้กับความเย่อหยิ่งและอาชญากรของไซออนิสต์ และจะยืนหยัดทำต่อไป ภายใต้ฉันทามติของประชาชนเยเมน

อับเดล ซาลามยังเปิดเผยด้วยว่ากองทัพเยเมนจะไม่หยุดยั้ง และการยกระดับจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ ในแง่ของความท้าทายทั้งหมดที่ชาวปาเลสไตน์ต้องเผชิญ  “การรุกรานอันโหดร้ายของอิสราเอลต่อฉนวนกาซา และการยึดครองปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองทางประวัติศาสตร์นั้น ต้องการการสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้าง ไม่ใช่แค่การสนับสนุนจากเยเมนเท่านั้น จากผู้คนในโลกอิสลามและอาหรับของเรา และประชาชนที่มีเสรีภาพทั้งหมดของโลก”

พันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯเกิดขึ้นเพื่อปกป้อง ‘อิสราเอล’

กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดตัวแนวร่วมใหม่ในทะเลแดงที่เรียกว่า”ปฏิบัติการพิทักษ์ความเจริญรุ่งเรือง” ภายใต้หน้ากาก  ของการรักษาเส้นทางการค้าทางทะเล สหราชอาณาจักร บาห์เรน แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ เซเชลส์ และสเปน จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำงานร่วมกับเพนตากอนภายใต้แนวร่วม 

สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนทะเลแดงให้เป็นเขตสงครามเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอิสราเอล ไม่ใช่แค่เพียง “รักษาทางน้ำทางยุทธศาสตร์ให้ปลอดภัย” ตามที่ลอยด์ ออสตินรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯกล่าว   

อับเดล ซาลามย้ำว่า “แนวร่วมนี้มีไว้เพื่อปกป้องอิสราเอล ไม่ใช่เพื่อปกป้องทางน้ำระหว่างประเทศ สิ่งนี้ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นแนวร่วม ในความเป็นจริงแล้วเป็นกลุ่มที่ยังไม่เกิดอย่างแน่นแฟ้นและอ่อนแอเพราะเนื้อแท้ไม่ชอบธรรม” “กองทัพบกและกองทัพเรือเยเมนกล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าทางน้ำที่อยู่ติดกับเยเมนนั้นปลอดภัย และไม่มีเรือลำอื่นนอกจากที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอลหรือเรือของอิสราเอลเท่มนั้นที่ตกเป็นเป้าหมาย ข้อสังเกตว่าไม่มีรัฐสมาชิกใดมีพรมแดนทางทะเลในทะเลแดงเลย”

การจัดตั้งแนวร่วมจะไม่ทำให้เกิดการหยุดชะงักใดๆ ในการดำเนินงานของเยเมน “เรือฟริเกตของสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ และฐานทัพทหารบนอีกฝั่งของทะเลแดง ไม่สามารถหยุดปฏิบัติการเยเมนที่ดำเนินการเพื่อสนับสนุนฉนวนกาซาได้” “ทั้งชาวอิสราเอล ชาวอเมริกัน หรือกลุ่มตะวันตกจะไม่สามารถจัดการกับผลสะท้อนกลับจากการกระทำของพวกเขาได้ ใครก็ตามที่พยายามขยายความขัดแย้งจะต้องรับผลที่ตามมาจากการกระทำของเขา”

“การเปลี่ยนมาใช้การขนส่งทางบกจากการขนส่งทางทะเลมีราคาแพงมาก ไม่ต้องพูดถึงความล่าช้าที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนดังกล่าวและปริมาณสินค้าที่สามารถขนส่งได้น้อย ซึ่งจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของ (อิสราเอล)” เขากล่าวแสดงความคิดเห็น เรื่องข่าวการสถาปนาสะพานบกจากยูเออีไปเขตยึดครองปาเลสไตน์ของอิสราเอล รถบรรทุกต้องข้ามระยะทางประมาณ 2,000 กม. (1,242 ไมล์) ในเวลาสองวันกับอีกสองสามชั่วโมง

 

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ โฆษกเยเมนกล่าวถึงกลุ่มต่อต้านในปาเลสไตน์ว่า “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวในแนวรบนี้ ประชาชนของรัฐอิสลามและอาหรับของเรายืนหยัดเคียงข้างคุณอย่างแท้จริง”

การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธโดยเยเมนต่อการขนส่งในทะเลแดงได้ผลักดันอัตราการประกันภัยให้สูงขึ้น และส่งผลให้สายการบินรายใหญ่หลายรายเปลี่ยนเส้นทางการจราจรทั่วแอฟริกาด้วยมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

เยเมนตั้งอยู่ทางยุทธศาสตร์ทางด้านเหนือของช่องแคบบับ เอล-มานเดบ ซึ่งเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย ประมาณ ๑๒% ของการขนส่งเชิงพาณิชย์ของโลกเดินทางผ่านพื้นที่นี้ 

จนถึงขณะนี้ บริษัทเดินเรือระหว่างประเทศรายใหญ่ ๖ แห่งคือ CMA CGN, Hapag-Lloyd, Maersk และบริษัทเดินเรือเมดิเตอร์เรเนียน (MSC) ได้กล่าวถึงการโจมตีหลายครั้งเพื่อคัดท้ายเรือของตนออกจากพื้นที่ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Evergreen Cargo กล่าวว่าจะไม่ขนส่งสินค้าของอิสราเอลผ่านทะเลแดงอีกต่อไป บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักร BP ก็ได้เปลี่ยนเส้นทางเรือบรรทุกน้ำมันของตนรอบๆ แหลมกู๊ดโฮปแทน

การเคลื่อนไหวในทะเลแดงและรอบๆกำลังก่อตัวขึ้นแล้วส่วนใหญ่คือประเทศบริวารสหรัฐฯ บ่งบอกความเป็นหนึ่งเดียวกันของโลกอาหรับและโลกมุสลิมยังไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งนี้ทำให้สหรัฐและพวกกังวลอย่างมาก แม้ลอยด์ ออสติน

จะเดินสายกล่อมเองก็ไร้ผล การท้าทายอำนาจเจ้าสมุทรอย่างสหรัฐฯครั้งนี้นับว่ารุนแรงที่สุด เพราะสหรัฐฯมีความพร้อมทางทะเลสูงมาก ทั้งฐานทัพกองเรือรบ การปะทะจะเกิดขึ้นหรือไม่ยังไม่อาจคาดเดาได้เพราะวันนี้ สายเรือทั้งหลายล้วนไม่อยากเสี่ยงพากันเลี่ยงไม่เข้าทะเลแดงและไม่รับงานอิสราเอลแล้ว ก้าวต่อไปวัดใจเมกาพร้อยลุยรึยังหลังรวมแก๊งได้ อย่าลืมว่ายังมีอีกหลายสนามที่ไม่คาดคิดทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ พันธมิตรโลกหลายขั้วจับตาอยู่!!!