ถูกบีบหนัก!! เนทันยาฮูส่งมอสสาดคุยกาตาร์ขอเจรจาฮามาสหยุดยิงแลกเชลย Resistanceไม่รามือขยี้เหนือกลางใต้

0

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอียิปต์กล่าวกับรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ว่า “อิสราเอลและฮามาสต่างเปิดให้มีการหยุดยิงและปล่อยตัวตัวประกันครั้งใหม่” ดูเหมือนว่ายังมีอุปสรรคบางประการซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ ตามที่เจ้าหน้าที่อียิปต์สองคนระบุ ผู้ไกล่เกลี่ยชาวอาหรับ อียิปต์ และกาตาร์ ยืนยันว่าการเจรจาจะต้องดำเนินการก่อนด้วยการเร่งความช่วยเหลือเร่งด่วน และการเปิดจุดข้ามคาร์ม อาบู ซาเลม (เคเรม ชาลอม) ก่อนการเจรจาใดๆ จะเริ่มต้นขึ้น

แต่อิสราเอลได้เร่งมือทำลายกาซาอย่างเต็มที่ไม่เว้นโบสถ์ มัสยิด โรงพยาบาลผดุงครรภ์ก็ไม่เป็นทำให้หลายประเทศที่เคยสนับสนุนอิสราเอลอย่างออกนอกหน้าต้องเปลี่ยนท่าที ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศสแม้แต่สหรัฐฯล่าสุดมีรายงานว่าสหรัฐฯส่งที่ปรึกษาความมั่นคงเข้าพื้นที่เวสต์แบงก์เพื่อหารือกับเนทันยาฮูโดยตรง เพราะการขยายแนวรบมาที่เวสต์แบงก์ยิงเปิดโปงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของอิสราเอลว่าต้องการขับไล่ปาเลสไตน์และยึดพื้นที่ทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว นั่นหมายถึงกระแสต่อต้านที่รุนแรงทั่วโลก จะยิ่งถาโถมหนักขึ้น

วันที่ ๑๘ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวปาเลสไตน์โครนิเคิลรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีรายงานว่า ช่อง๑๒ อิสราเอลรายงานว่า เดวิด บาร์เนีย หัวหน้ากลุ่มมอสสาดของอิสราเอล ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลอิสราเอลให้ดำเนินการเจรจาแลกเปลี่ยนนักโทษ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์เมื่อหนึ่งวันก่อนหน้านั้นเพื่อเปิดการเจรจากับฮามาส

ความจริงที่ว่าอิสราเอลซึ่งปฏิเสธการขยายเวลาการหยุดยิง และสิ้นสุดในวันที่ 1 ธันวาคมเป็นฝ่ายที่ผลักดันให้มีการหยุดยิงนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียทางทหารอย่างหนักของอิสราเอลในพื้นที่ฉนวนกาซาาอย่างปิดไม่มิด

ขบวนการปาเลสไตน์ยืนกรานที่จะกำหนดรายชื่อเชลยศึกที่จะได้รับการปล่อยตัวเพียงฝ่ายเดียว และกองกำลังอิสราเอลจะต้องถอนตัวตามเส้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

 รอยเตอร์รายงานว่า “ในขณะที่อิสราเอลตกลงให้ฮามาสกำหนดรายชื่อดังกล่าว แหล่งข่าวกล่าวว่าพวกเขาขอลำดับเวลาและดูรายชื่อก่อนที่จะกำหนดเวลาและระยะเวลาของการหยุดยิง”นอกจากนี้ อิสราเอลยังปฏิเสธที่จะถอนกองกำลังออกจากพื้นที่ที่รุกเข้ามาตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม

ฮามาสกล่าวว่า จำเป็นต้องมีการหยุดยิงโดยสมบูรณ์เพื่อการแลกเปลี่ยนนักโทษจึงจะเกิดขึ้นอย่างปลอดภัย

การโจมตีข้ามคืนจำนวนมากที่กำหนดเป้าหมายทุกภูมิภาคในฉนวนกาซา รวมถึงจาบาลิยาทางตอนเหนือและข่าน ยูนิสทางตอนใต้

ในขณะเดียวกัน การสู้รบที่ดุเดือดยังคงดำเนินต่อไป โดยเน้นไปที่พื้นที่ข่าน ยูนิสทางตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ยังคงขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอิสราเอลต่อไป

กลุ่ม AL-QUDS: เราได้ระดมยิงกองกำลังทหารอิสราเอลที่รวมตัวกันทางใต้ของ เมืองดาอีร์ อัล-ลาลาห์(Deir Al-Balah) นักรบของเราทิ้งระเบิดยานพาหนะของศัตรูและทหารด้วยกระสุนปืนครกขนาดหนักในบริเวณใกล้กับโรงสี

มีการปะทะรุนแรงขึ้นระหว่างฝ่ายต่อต้านและกองทัพยึดครองในแกนถนนยาร์มุค (Yarmouk) ในเมืองกาซา ยังไม่มีรายงานการสูญเสีย

นอกจากนี้นักสู้ของอัลกุดส์ได้ปะทะกับกองกำลังทหารอิสราเอล ๗ นายในแกนเมืองย่านชูไจยา ทางตะวันออกของเมืองกาซา ทำให้ทหารIDFเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ด้านกองพลน้อยอัลกอซซัม: นักรบของเราได้จุดชนวนอุปกรณ์ระเบิดต่อต้านบุคคลต่อ “กองกำลังทหารราบของไซออนิสต์ที่มีทหาร ๑๐ นายทางตอนเหนือของข่าน ยูนิส ทหารIDFเสียชีวิตและบาดเจ็บ”

ต่อมา ทางกองทัพอิสราเอลประกาศว่าทหาร ๙ นายได้รับบาดเจ็บในช่วง ๒๔ ชั่วโมงที่ผ่านมา

อดีตผู้บัญชาการกองพลโกลานียอมรับผ่านสื่ออิสราเอลว่า กองพลนี้สูญเสียกองกำลังไปหนึ่งในสี่ ทั้งเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ โดยมีเจ้าหน้าที่และทหาร ๘๒ นายเสียชีวิต ส่งผลทางขวัญและกำลังใจของหน่วยทหารIDFไม่น้อย

เฮซบอลเลาะห์: ทางกลุ่มกำหนดเป้าหมายไปยังสถานที่ ๘ แห่งและรวบรวมทหารยึดครองอิสราเอลใกล้ชายแดนเลบานอน เพื่อตอบโต้ที่กองทัพอิสราเอลยังคงทิ้งระเบิดพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ โดยเปิดการโจมตีใกล้กับเมืองไอตารูนของเลบานอนตอนใต้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฮิซบุลเลาะห์ออกแถลงการณ์ทางทหารหลายฉบับประกาศการกำหนดเป้าหมายไปที่ฐานทัพ สถานที่ และทหารราบของการยึดครองของอิสราเอลในภาคตะวันออกและตะวันตกของแนวถอนกำลังของอิสราเอล หรือที่เรียกว่าสีน้ำเงิน เส้น ผ่าน การดำเนินการที่แตกต่างกัน ๑๐ รายการ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ท่าทีของอังกฤษ-ฝรั่งเศสขุ่นเคืองหนัก เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมืองชายแดนราฟาห์ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ทูตของฝรั่งเศสเสียชีวิตทันที

กระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศของฝรั่งเศสประณามเหตุโจมตีอาคารที่อยู่อาศัยของอิสราเอลในเมืองราฟาห์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตคนหนึ่งในพื้นที่ที่เคยประกาศเป็นเขตปลอดภัยก่อนหน้านี้

กระทรวงการต่างประเทศระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า “ฝรั่งเศสขอประณามเหตุระเบิดอาคารที่อยู่อาศัยซึ่งทำให้พลเรือนคนอื่นๆ เสียชีวิตอีกจำนวนมาก เราเรียกร้องให้ทางการอิสราเอลให้ความกระจ่างทั้งหมดเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหตุระเบิดครั้งนี้โดยเร็วที่สุด” 

ล่าสุดทั้งพระสันตปาปา-อังกฤษ-ฝรั่งเศส ต่างออกมาส่งเสียงเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดยิงทันที จากที่เคยอวยสุดลิ่มเริ่มเปลี่ยนท่าที หลังเห็นชัดว่าอิสราเอลไม่สนใจหน้าไหน เดินหน้าสังหารโหดอย่างสุดฤทธิ์ ท่ามกลางความโกรธแค้นที่ไม่เพียงแต่โลกมุสลิมเท่านั้น ประชาชนในยุโรปและอเมริกาก็เดินหน้าประท้วงหนักต่อเนื่องอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ติดตามบทบาทใหม่ของรัสเซียที่มีข่าวสะพัดว่ากำลังส่งกำลังพลเข้าสู่ซีเรีย ขณะที่ผู้นำไซปรัสเหนือที่อยู่ภายใต้อิทธิพลตุรกีออกมาส่งเสียงเรียกร้องรัสเซียและปธน.ปูตินขอให้เข้ามาช่วยไซปรัสด้วย คืบหน้าต่อไป หากการทูตไร้ผลอีกคงได้เห็นแนวปะทะที่ชัดเจนขึ้น และนั่นศึกใหญ่ภูมิภาคก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยง!