เรียงหน้าเข้ามา! เยเมนเมินIDFขู่ บีบเรือมุ่งอิสฯหันหัวหนี ๕๕ ลำ USเงื้อง่าเผ่นจากอ่าวเปอร์เซียโผล่อ่าวเอเดน

0

ในที่สุดปฏิบัติการของเยเมนในยุทธการปิดการขนส่งของอิสราเอลและท้าทายอิทธิพลของสหรัฐฯและพวกก็ประสบความสำเร็จ เมื่อปั่นป่วนกันไปทั้งแก๊ง

รอยเตอร์ และอาหรับนิวส์เปิดเผยว่า มีเรือ ๕๕ ลำที่มีโปรแกรมไปเทียบท่าเรืออิสราเอลต้องเปลี่ยนเส้นทางยอมอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮปนับตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันแต่เรืออื่นๆที่ไม่ได้มุ่งหน้าท่าเรืออิสราเอล เดินทางผ่านคลองสุเอซเข้าทะเลแดงได้ปกติ ในช่วงเวลาเดียวกัน ๒,๑๒๘ ลำ

ด้านกลาโหมอิสราเอลออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “เราพร้อมที่จะเริ่มปฏิบัติการหยุดภัยคุกคามจากเยเมน แต่เราจะยังให้โอกาสนานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติละมุนละม่อมเสียก่อน!?!”

เพราะเหตุใดอิสราเอลจึงไม่ลุยเลย ที่ผ่านมาไม่เคยขู่ มักจะเล่นงานฝ่ายตรงข้ามแบบสายฟ้าแล่บควบคู่กับปฏิบัติการข่าวสาร แสดงตัวเป็นเหยื่อถูกคุมคามก่อนเสมอ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายเริ่มเปิดเกมก่อนทุกครั้ง ระยะนี้ได้แต่ขู่ เดี๋ยวขู่อิหร่าน เลบานอน และก็มาถึงคิวขู่เยเมน พร้อมๆกับโวยวายขอการช่วยเหลือจากสหรัฐและสมาชิกหลักอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ซึ่งตอนนี้เหมือนได้รับไม้ต่อเตรียมลุยกับรัสเซียเมื่อเมกาชัดแล้วว่ายูเครนไปต่อไม่ไหว

แผนการบีบคั้นทางเศรษฐกิจของเยเมนประสบผลเร็วเกินคาดทั้งต่ออิสราเอลและสหรัฐฯกับพวก ลุยไม่ได้ไปไม่เป็นเพราะซาอุดีอาระเบียไม่เล่นด้วยได้แต่ส่งเรือรอบมาตั้งหลักในอ่าวเอเดนแบบเงื้อง่าราคาแพง

วันที่ ๑๘ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-มายาดีนรายงานว่า เพนตากอนได้เปลี่ยนตำแหน่งกลุ่มโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower)จากอ่าวเปอร์เซียไปยังอ่าวเอเดน ใกล้เยเมน  สื่อสหรัฐฯโพลิติโกรายงานเมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา 

เจ้าหน้าที่อีกรายหนึ่ง ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ให้มอบทางเลือกแก่ผู้บังคับบัญชาในการ “โจมตี” เยเมน เรื่องนี้ตอนเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ เว็บไซต์ War Zone รายงานว่ารัฐมนตรีกลาโหม Lloyd Austin เตรียมเปิดตัวโครงการริเริ่มที่นำโดยสหรัฐฯ ที่เรียกว่า Prosperity Guardian ระหว่างการเดินทางไปตะวันออกกลางในสัปดาห์หน้า ตามข้อมูลของเว็บไซต์ วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือเพื่อปกป้องเรือในทะเลแดงจากการปฏิบัติการที่อาจเกิดขึ้นซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มต่อต้านของเยเมนภายหลังการโจมตีเรือจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเมื่อเร็วๆ นี้

เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า อิหร่านจำเป็นต้องจัดการกับภัยคุกคามต่อการขนส่งในทะเลแดงที่เกิดจากกลุ่มต่อต้าน ชี้เป้าไปที่อิหร่านทุกเรื่องไป แต่โดนอิหร่านขับไล่จากอ่าวเปอร์เซียกลับเงียบกริบ

ในเหตุการณ์ล่าสุด เรือรบจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรถูกแถลงว่าได้สกัดกั้นโดรน ๑๔ ลำที่กลุ่มต่อต้านเยเมนยิงเมื่อเช้าวันเสาร์

กลุ่มอินซาอัลลอฮ์ของเยเมนระบุ หลายครั้งว่าพวกเขาจะยังคงปิดกั้นเส้นทางของเรือที่เชื่อมโยงกับบริษัทอิสราเอลหรือปลายทางสำหรับ “อิสราเอล” ในทะเลแดงและทะเลอาหรับ จนกว่าการล้างเผ่าพันธุ์ที่นำโดยอิสราเอลในฉนวนกาซายุติลง

ด้วยเหตุผลเดียวกัน การต่อต้านของอิรักก็ได้ดำเนินปฏิบัติการหลายครั้งโดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยึดครองของสหรัฐฯ ทั้งในซีเรียและอิรัก

ในขณะเดียวกัน การต่อต้านในเลบานอนโดยกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ยังแลกจรวดยิงกับกองทัพอิสราเอลที่ชายแดนเลบานอน-ปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง 

เป็นการเชื่อมโยง ๓ ประสานอย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้อิสราเอลต้องร้องขอการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส

ล่าสุดปรากฎรายงานของอิสราเอลเปิดเผยว่า ต้องขอให้มีการขนส่งอาหารสดจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังการยึดครองของอิสราเอลโดยทางบกเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดล้อมของเยเมนในทะเลแดง

โฆษกกองทัพเยเมน พลจัตวา Yahya Saree ได้ประกาศต่อสาธารณะเมื่อวันศุกร์ว่ากองทัพเรือเยเมนกำหนดเป้าหมายไปที่ MSC Alanya และ MSC PALATIUM III ด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือ โจมตีโดยตรงไปยังเรือทั้งสองลำ ซึ่งปฏิเสธที่จะใส่ใจคำเตือนของเยเมนเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ที่ถูกทำลายล้าง 

สิ่งนี้มาพร้อมกับการโจมตีอื่นๆ ที่เยเมนอ้างสิทธิ์ต่อเป้าหมายของอิสราเอล รวมถึงการยิงขีปนาวุธร่อนระยะไกลและโดรนหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกับขีปนาวุธที่ “Eilat” ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางใต้สุดของปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และทำให้ผู้อำนวยการท่าเรือออกมาโอดครวญว่าทำให้รายได้หดขาดทุนไปกว่า ๘๕%

บริษัทขนส่งยักษ์ระดับโลกหลายแห่งประกาศไม่รับงานเข้าท่าเรืออิสราเอลจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงที่เปิดเผยมาล่าสุดได้แก่ Maersk ของเดนมาร์ก Hapag-Lloyd ของเยอรมนี MSC ยักษ์ใหญ่ของอิตาลี-สวิส และCMA CGM ของฝรั่งเศส OOCL (Orient Overseas Container Line) ในฮ่องกง

ผลงานที่เด็ดขาดของเยเมน กำลังก่อแรงสั่นสะเทือนต่ออำนาจบารมีของสหรัฐฯและอิสราเอลในด้านเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทางทะเลการที่ต้องเปิดเส้นทางบกส่งของไปอิสราเอล มันบ่งบอกชัด ผ่านมา ๑ เดือนแล้วเมกาและอิสราเอลได้แต่ขู่ ว่าจะระดมนานาชาติมาปราบ ยังไม่เห็นกองเรือร่วมในเวลานี้มีแต่ตัวตึง สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส ต้องหันหัวกลับทุกลำ เยเมนไม่ได้มีแค่ขีปนาวุธหรือโดรนสำหรับทางทะเล ทางบกก็ไม่น้อยหน้าผลงานโจมตีท่าเรือใหญ่ของอิสราเอลทำให้ขาดทุนยับยืนยันแล้ว ต้องจับตาดูUAE จะกลายเป็นจุดวาบไฟทำลายความเป็นเอกภาพของอาหรับ-โลกมุสลิมหรือไม่ ที่ยอมให้ใช้เส้นทางบกส่งของให้อิสราเอล ดูเหมือนว่าสหรัฐและพวกกำลังรอเวลาที่จะใช้ชาติอาหรับไปปะทะกับโลกมุสลิม แทนโดยสหรัฐฯเจ็บน้อยและลงทุนอยู่เบื้องหลังแบบที่เคยๆ นั่นหมายความว่า ทำไมเมกาไม่กล้าชนเองโดยตรงกับเยเมนประเทศที่เล็กกว่า ทุนน้อยกว่า อาวุธน้อยกว่า ก็เพราะอำนาจในท้องทะเลที่เคยยิ่งใหญ่ถดถอยและเสื่อมลงอย่างมีนัยสำคัญแล้วนั่นเอง!!