เปิดฐานลับUS-UK! ใช้ทิ้งบอมบ์กาซา ๓๒ เที่ยวบินโดยเจ้าของปท.ไม่รู้ ใช้ทหารปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว

0

สหรัฐฯและอังกฤษร่วมมืออย่างแข็งขัน ออกหน้าออกตาในศึกอิสราเอล-ปาเลสไตน์อย่างโจ่งแจ้ง และประกาศขู่กันท่าห้ามทุกฝ่ายทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศอื่นนอกภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือเรียกร้องให้ทุกประเทศในโลกนี้ยอมรับการก่ออาชญากรรมสงคราม ผลาญชีวิตคนปาเลสไตน์โดยอิสราเอลในทุกกรณี

พฤติกรรมตั้งแต่การส่งอาวุธ ระเบิดร้ายแรงนับพันตัน ส่งมาจากไหนวันนี้สื่ออาหรับเปิดรายละเอียดชัดถึงการใช้ฐานทัพไซปรัสใกล้ฉนวนกาซา โดยรัฐบาลไซปรัส ไม่รู้ หรือบอกว่าไม่รู้ไม่ได้รับรายงาน

วันที่ ๙ ธ.ค.๒๕๖๖ สำนักข่าวอัล-มายาดีน และดิคลาสซิฟายยูเค  รายงานว่า กองทัพสหราชอาณาจักรได้แจ้งให้รัฐสภาทราบว่าไม่มี “ข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ” ที่จะแจ้งให้รัฐบาลไซปรัสทราบถึงกิจกรรมทางการทหารและข่าวกรองที่กว้างขวางบนเกาะนี้

ตามคำให้การ ปธน.ไซปรัส นิคอส คริสโตดัวไลด์ (Nikos Christodoulides) ยังไม่ได้รับแจ้งถึงบทบาทที่สำคัญของเกาะนี้ในการช่วยเหลือการรุกรานของ “อิสราเอล” ในฉนวนกาซา

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษบอกกับไม่เป็นความลับอีกต่อไปว่าสิ่งนี้อาจ “เป็นอันตรายต่อชาวไซปรัสด้วย(Cypriots)

อังกฤษรักษา “พื้นที่ฐานอธิปไตย” สองแห่งในไซปรัส, ดิเคเลียทางตะวันออกและอาโครติรีทางตะวันตก ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลทางการทหารและข่าวกรองขนาดมหึมาที่เป็นความลับและมีการปกปิดสูง ครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ๓% ของเกาะ และในอดีตใช้สำหรับภารกิจทิ้งระเบิดของสหราชอาณาจักรในต.อ.กลางมาโดยตลอด

สหราชอาณาจักรเป็น ผู้ก่อสงครามในฉนวนกาซาอย่างแข็งขัน โดยมีการสมรู้ร่วมคิดกับสหรัฐและอิสราเอลในหลายรูปแบบ

เจมส์ ฮีปเปย์(James Heappey) รัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักรกล่าวกับรัฐสภาในสัปดาห์นี้ว่า “ในฐานะหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้ กระทรวงกลาโหม (MoD) มีส่วนร่วมกับสาธารณรัฐไซปรัส (RoC) เป็นประจำในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ฐานอธิปไตย” “ชาวไซปรัส แน่นอนว่ามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าปฏิบัติการใดที่บินจากเกาะของพวกเขา” รวมถึงต้อง “แจ้ง RoC เกี่ยวกับเที่ยวบินเข้าและออกจาก RAF Akrotiri แต่ไม่มีข้อกำหนดอย่างเป็นทางการให้ทำเช่นนั้น”

เคนนี แม็คแอสคิลล์ ส.ส.จากพรรคอัลบาในรัฐโลเทียนตะวันออกของสก็อตแลนด์(Kenny MacAskill, Alba MP/East Lothian) บอกชัดว่าไม่เป็นความลับอีกต่อไปที่ว่าผู้นำของเกาะขาดข้อมูลนั้น “ไม่เพียงเป็นการดูถูกชาวไซปรัสและประเทศไซปรัสเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อพวกเขาเองด้วย”

แม้ว่าชาวปาเลสไตน์จะมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ด้านประธานาธิบดีไซปรัสยืนยันว่าประเทศนี้ “ไม่สามารถใช้เป็นฐานปฏิบัติการสงครามได้” โดยข้อเท็จจริงแล่วสหราชอาณาจักรยังไม่ได้แจ้งให้ทางไซปรัสทราบถึงการวางกำลังอโครติรี (Akrotiri) เพื่อสนับสนุนการโจมตีฉนวนกาซาของ “อิสราเอล” 

แต่มันไม่เป็นความลับอีกต่อไป แสดงให้เห็นว่า RAFหรือRoyal Air Force ของอังกฤษ ได้ดำเนินการขนส่งทางทหารมากกว่า ๓๐ เที่ยวบินจาก RAF Akrotiri ไปยัง “เทลอาวีฟ” นับตั้งแต่เริ่มการทิ้งระเบิดในฉนวนกาซา 

คอนสแตนตินอส เลทิมไบโอติส(Konstantinos Letymbiotis) โฆษกฝ่ายบริหารของไซปรัส บอกกับCyprus Mailว่าเขาไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินลำดังกล่าวแต่อย่างใด

สหรัฐฯ ใช้เมือง Akrotiri เพื่อลักลอบขนอาวุธไปยัง “อิสราเอล” ในขณะที่อังกฤษอ้างว่าได้ว่าจ้าง Akrotiri ในเที่ยวบินสอดแนมเหนือฉนวนกาซาโดยอ้างว่าช่วยเชลยศึกได้ ทำให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์แถลงการณ์ประณามโดยแถลงแยกจากกัน ระบุว่าสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรมีส่วนเกี่ยวข้องทางทหารกับ “สงครามล้างเผ่าพันธุ์”

MacAskill เรียกสิ่งนี้ว่ามัน “วิปริต” ที่กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรยอมรับว่า RAF บิน ๓๒ เที่ยวบินตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม และปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเที่ยวบินของสหรัฐฯ จากเมือง Akrotiri ไปยัง “อิสราเอล”

เขาย้ำว่า “นอกเหนือจากการเพิกเฉยต่ออธิปไตยของไซปรัสแล้ว สหราชอาณาจักรยังได้ละทิ้งอำนาจอธิปไตยของฐานทัพของตนอีกด้วย ดูเหมือนว่าคนอเมริกันสามารถทำสิ่งที่พวกเขาต้องการทำได้ และไม่มีใครบอกเราหรือทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลย”

เอกสารก่อนหน้านี้โดยเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนให้รายละเอียดว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอเมริกันถูกบังคับให้ปรากฏตัวเป็นนักท่องเที่ยวรอบๆ ฐานทัพต่างๆ เนื่องจากสหราชอาณาจักรรับประกันกับรัฐบาลไซปรัสว่ามีเพียงบุคลากรชาวอังกฤษเท่านั้นที่จะทำงานที่นั่น

ตามเอกสารลับสุดยอดที่รั่วไหลออกมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของอังกฤษในไซปรัสได้อย่างไม่จำกัด และสื่อสารข่าวกรอง “ทุกวัน” กับเพื่อนร่วมงานชาวอิสราเอลได้โดยตรง

ชาวอังกฤษใช้ด่านหน้าของไซปรัสมานานแล้วเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารและข่าวกรองที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลไซปรัส สหราชอาณาจักรแปลงไซปรัสที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างเงียบ ๆ ให้กลายเป็นทรัพย์สินที่สำคัญของนาโต้ในช่วงสงครามเย็น ตามข้อมูลเหล่านี้ซึ่งไม่เป็นความลับอีกต่อ ไป

ปรากฎการณ์นีบ่งบอกว่า สหรัฐฯและสหราชอาณาจักรปักหมุดแน่วแน่ว่าจะยึดครองอาณาเขตแถวนี้ เพื่อเป็นฐานที่มั่นในตะวันออกกลางให้ได้ การจะหยุดศึกกลาดล้างในพื้นที่ขัดแย้งกาซาที่วันนี้ลามไปยังเวสต์แบงก์แล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนทันยาฮูฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน เมื่อเนทันยาฮูเพลี่ยงพล้ำ ต้องจับตาการเคลื่อนไหวในสมรภูมิทางทะเลว่าสหรัฐและสหราชอาณาจักรจะเปิดเกมอย่างไร ใครจะเป็นฝ่ายปิดล้อมใครทั้งในทะเลแดง เอเดนและเมดิเตอร์เรเนียน??