สหรัฐฯนั่งไม่ติด! เกาหลีเหนือพร้อมโต้ หากจุ้นดาวเทียมสอดแนม? ประกาศศึก พร้อมทุบดาวเทียมเมกา ให้ใช้งานไม่ได้?

0

สหรัฐฯนั่งไม่ติด! เกาหลีเหนือพร้อมโต้ หากจุ้นดาวเทียมสอดแนม? ประกาศศึก พร้อมทุบดาวเทียมเมกา ให้ใช้งานไม่ได้?

จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือระบุว่า ดาวเทียมสอดแนมได้ถ่ายภาพฐานทัพอากาศคาเดนะของสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดโอกินาวาทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ขณะที่ หนังสือพิมพ์โรดอง ชินมุนของพรรคคนงานซึ่งปกครองเกาหลีเหนือได้รายงานในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายนว่า นายคิม จ็อง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้รับภาพภ่ายดาวเทียมที่ถ่ายเมื่อเช้าวันพุธที่ 29

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวยังรายงานอีกว่า ศูนย์ควบคุมใหญ่ของสำนักงานเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติเกาหลีเหนือได้ส่งภาพดังกล่าวให้ผู้นำเกาหลีเหนือ และว่านายคิมได้รับภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทัพเรือซาน ดิเอโกในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ และคลองสุเอซในอียิปต์

ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือได้ประกาศว่า จะเริ่มใช้ดาวเทียมสอดแนมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 1 ธันวาคมโดยเกาหลีเหนืออ้างว่าได้ส่งดาวเทียมดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศที่เกี่ยวข้องในประเด็นเกาหลีเหนือกำลังวิเคราะห์รายงานดังกล่าวอย่างรอบคอบ จนถึงขณะนี้เกาหลีเหนือยังไม่ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมต่อสาธารณะ

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (2 ธันวาคม 2566) สำนักข่าว KCNA อ้างคำพูดของโฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือซึ่งระบุว่า เปียงยางพร้อมจะตอบโต้การแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอวกาศ ด้วยการทำให้ดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐฯ ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป

“ในกรณีที่สหรัฐฯ พยายามละเมิดเขตแดนอันชอบธรรมของรัฐอธิปไตย ด้วยการนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้เป็นอาวุธอย่างผิดกฎหมายและไม่ชอบธรรม เกาหลีเหนือก็จะพิจารณามาตรการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง และจะบั่นทอนหรือทำลายความสามารถในการทำงานของดาวเทียมสอดแนมสหรัฐฯ”

คำแถลงระบุเกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของประเทศขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา และอ้างว่าดาวเทียมดวงนี้สามารถจับภาพและส่งข้อมูลเกี่ยวกับฐานทัพหลายแห่งบนแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น รวมถึงเกาะกวมด้วย

ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามโฆษกกองบัญชาการอวกาศของสหรัฐฯ (US Space Command) ว่า วอชิงตันมีศักยภาพพอที่จะขัดขวางปฏิบัติการสอดแนมของดาวเทียมเกาหลีเหนือได้หรือไม่? ซึ่งได้รับคำตอบว่า สหรัฐฯ มีหลากหลายวิธีที่จะสกัดขัดขวางศักยภาพด้านอวกาศของชาติศัตรู ตามรายงานของ RFA สื่อเป็นสื่ออเมริกัน

สื่อเกาหลีเหนือยังเผยแพร่บทความจากนักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวโสมแดงคนหนึ่ง ซึ่งชี้ว่า “สหรัฐฯ ซึ่งมีเครือข่ายดาวเทียมใหญ่ที่สุดในโลกคงต้องเตรียมตอบคำถามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) หากการส่งดาวเทียมถือเป็นอาชญากรรม”

“หากเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าโดยไม่คาดฝันขึ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือแถวๆ คาบสมุทรเกาหลี สหรัฐฯ ซึ่งเป็นฝ่ายกดดันเกาหลีเหนือในด้านความมั่นคง ทั้งด้วยการข่มขู่ทางทหารและแบล็กเมล์ จะต้องรับผิดชอบต่อหายนะที่เกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว”

บทความนี้ยังกล่าวโทษสหรัฐฯ ที่จัดการซ้อมรบร่วมกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ รวมถึงส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์เข้ามาข่มขวัญโสมแดง

เมื่อวันพฤหัสบดี (30 พ.ย.) สหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเกาหลีเหนือ โดยพุ่งเป้าไปยังตัวแทนในต่างประเทศที่ช่วยโสมแดงหลบเลี่ยงคว่ำบาตร ตลอดจนรวบรวมรายได้และเทคโนโลยีเพื่อนำไปสนับสนุนโครงการพัฒนาอาวุธทำลายล้างสูง

ทางด้านเกาหลีใต้ก็ได้ประกาศขึ้นบัญชีดำชาวเกาหลีเหนือ 11 คนที่เกี่ยวข้องกับโครงการดาวเทียมและขีปนาวุธ โดยแบนบุคคลเหล่านี้จากเครือข่ายธุรกรรมการเงิน

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้กำลังเตรียมที่จะวางดาวเทียมสอดแนมดวงแรกในวงโคจรของโลก เจ้าหน้าที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ การปล่อยดาวเทียมเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตอนเหนือของพวกเขา ปล่อยดาวเทียมสอดแนมของพวกเขาเอง

ดาวเทียมดังกล่าวซึ่งสร้างขึ้นภายในประเทศ ถูกส่งขึ้นไปเมื่อวันศุกร์ด้วยจรวด SpaceX Falcon 9 จากฐานทัพอวกาศ Vandenberg ในแคลิฟอร์เนีย อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการตั้งค่าให้โคจรอยู่ระหว่าง 400 ถึง 600 กิโลเมตรขึ้นไป และสามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กถึง 30 เซนติเมตร ตามรายงานของสื่อเกาหลีใต้ โซลวางแผนที่จะเปิดตัวอุปกรณ์เพิ่มอีก 4 เครื่องภายในสิ้นปี 2568

“จนถึงขณะนี้ เกาหลีใต้พึ่งพาดาวเทียมสอดแนมที่ดำเนินการโดยสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก” ในการเฝ้าติดตามเกาหลีเหนือ ชอย กิอิล ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาทางการทหารที่มหาวิทยาลัยซังจีในเมืองวอนจู กล่าวกับสื่อฝรั่งเศส