แฉ เบื้องลึก อิสราเอล ร่วมมือสหรัฐ ปล้นทรัพยากรจากชาวปาเลสไตน์ แย่งชิงแหล่งก๊าซนอกชายฝั่งกาซ่า 

0

แฉ เบื้องลึก อิสราเอล ร่วมมือสหรัฐ ปล้นทรัพยากรจากชาวปาเลสไตน์ แย่งชิงแหล่งก๊าซนอกชายฝั่งกาซ่า

จากกรณีที่มีรายงานว่า อิหร่านช่วยอำนวยความสะดวกในการปล่อยตัวประกันไทย 10 คนจากฉนวนกาซาเมื่อวันศุกร์ (24 พ.ย.) ด้วยการมอบบัญชีรายชื่อแก่กลุ่มนักรบปาเลสไตน์ “ฮามาส” หลังได้รับคำร้องขอให้ทำเช่นนั้นจากกระทรวงการต่างประเทศและประธานสภาผู้แทนราษฎรของไทย ตามการเปิดเผยของสถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวันเสาร์ (25 พ.ย.)

ล่าสุดทาง Blockdit World Update ได้โพสต์ข้อความถึงชนวนเหตุในการสู้รบซึ่งบอกว่ามีที่มามาจาก แหล่งก๊าซในกาซ่า โดยบอกว่า กองพลน้อยอัล กัสซัม ที่รับผิดชอบพื้นที่ครึ่งใต้เขตกาซา ได้ปล่อยตัวนักโทษบางส่วนตามข้อตกลงฝ่ายอิสราเอล น้อยกว่าปาเลสไตน์ในอัตรา 1 : 3 โดยเป็นผู้ที่รอดชีวิตจากถูกอิสราเอลทิ้งบอมบ์ใส่

ล็อตแรกจำนวน 24 คน เป็นชาวอิสราเอล 13 คน ไทย 10 คน ฟิลิปปินส์ 1 คน ส่งมอบตัวพวกเขาจากเมืองข่าน ยูนิส ภาคกลางกาซา ให้กับหน่วยกาชาดสภาเสี้ยววงเดือนแดง รับนักโทษชุดแรกไปทางออกด่านราฟาห์ อิยิปต์ เพื่อส่งมอบให้อิสราเอลทางด่านอีกแห่งต่อไป

สถานีโทรทัศน์อิสราเอล ได้สร้างกระแสเพลง ที่ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์ ซึ่งรวมถึงชาวอิสราเอลจำนวนมากให้รับรู้ว่า “ภายในหนึ่งปี อิสราเอลจะกำจัดทำลายชาวปาเลสไตน์ให้หมด”

ตามประวัติศาสตร์เผ่าพันธุ์ชาวยิวไม่เคยมีดินแดนเป็นของตนเอง พวกหัวรุนแรงที่เรียกว่าลัทธิไซออนิสต์ จึงแต่งเรื่องขึ้นมาดื้อๆ เมื่อไม่นานนี้ว่า “ดินแดนแห่งพันธสัญญาจากพระคัมภีร์สำหรับชาวยิว จากยูเฟรติสถึงแม่น้ำไนล์”

ปลูกฝังความเชื่อชาวยิวรุ่นถัดมา ให้แย่งชิงดินแดนชนชาติอื่น ตั้งเป้าจะยึดอียิปต์ เลบานอน ซีเรีย อิรัก  อิหร่าน และกว่าครึ่งประเทศซาอุดิอาระเบีย จึงรณรงค์ชักชวนให้ครอบครัวชาวยิวที่กระจายอยู่ทั่วโลกทุกคนกลับมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่ยึดครองจากชาวอาหรับ

เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะสานต่อลัทธิไซออนิสต์  เส้นสองเส้นบนธงชาติอิสราเอลแสดงถึงแม่น้ำยูเฟรติสและแม่น้ำไนล์ ที่เป้าหมายสุดท้ายของพวกเขาที่จะแย่งชิงดินแดนจากเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมัน และก๊าซมากมาย

ปี 2543 มีการค้นพบแหล่งก๊าซสำรองมากมายนอกชายฝั่งกาซา รัฐปาเลสไตน์ คิดเป็นกว่า 60 % ของก๊าซสำรองตามแนวชายฝั่งกาซา-อิสราเอล แต่เป็นสิทธิตามกฎหมายระหว่างประเทศของรัฐปาเลสไตน์

ปี 2551 เมื่อ 15 ปีก่อน กองทัพอิสราเอล ร่วมกับสหรัฐ บุกยึดเขตกาซา เพื่อต้องการแย่งชิงแหล่งก๊าซนี้ ได้ทำลายบ้านเรือน และก่ออาชญากรรมสงคราม เหมือนคราวนี้ แต่ไม่กี่เดือนก็พ่ายแพ้สงครามต้องถอนทัพกลับไป

ล่าสุดที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทางพลังงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เดินทางเยือนอิสราเอล เพื่อหารือเกี่ยวกับสัมปทานพลังงานที่มีศูนย์กลางอยู่ที่แหล่งก๊าซนอกชายฝั่งกาซาที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา

วิเคราะห์ว่า..ทำให้หลายคนตาสว่างว่า การที่อิสราเอลสังหารพลเรือน ชาวปาเลสไตน์ไปกว่า 14,000 ราย บาดเจ็บกว่า 30,000 ราย สูญหายใต้ซากอาคาร และร่างยังไม่ได้ชันสูตรอีกมาก  ก็เพื่อแย่งชิงดินแดน และผลประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานจากชาวปาเลสไตน์ โดยมีสหรัฐ สนับสนุนนั่นเอง เรื่องแบบนี้มองแต่เบื้องหน้าไม่ได้ ต้องมองให้ลึกถึงเจตนาเบื้องหลังด้วย

ดังนั้นการหยุดยิงระหว่างกัน 4 วันนี้ จะไม่ใช่จุดสิ้นสุดของสงครามแย่งชิงทรัพยากรพลังงานมูลค่ามหาศาล คงต้องต่อสู้กันต่อจะมีชาวกาซา เป็นเหยื่ออิสราเอล และสหรัฐ ทิ้งบอมบ์ไล่ที่แย่งชิงดินแดนอีกมาก นักรบปาเลสไตน์ก็จำเป็นต้องสู้ยิบตาทำลายชีวิตทหารอิสราเอลผู้รุกราน

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลใช้มาตรการโหดยิ่งขึ้น ประกาศ ปิดล้อมฉนวนกาซาแบบเบ็ดเสร็จ โดยตัดทั้งอาหาร, น้ำ, ไฟฟ้า, และก๊าซ ขณะเดียวกับที่ยังคงถล่มทิ้งบอมบ์ใส่เป้าหมายต่างๆ ในดินแดนที่มีชาวปาเลสไตน์พำนักอาศัยกันหนาแน่นแห่งนี้ รวมทั้งไล่ล่านักรบฮามาสติดอาวุธที่บุกข้ามแดนเข้าไปโจมตีดินแดนรัฐยิวคราวร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

นอกจากนั้นยังส่งสัญญาณว่าเตรียมเปิดฉากบุกภาคพื้นดิน เมื่อมีการเรียกระดมพลจำนวนถึง 300,000 นาย ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯจัดแจงส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเตรียมส่งเครื่องกระสุนและอาวุธให้เทลอาวีฟ ขณะสถานการณ์ความรุนแรงนี้ยังทำให้ราคาน้ำมันบวกเพิ่มกว่า 4% อีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.blockdit.com/posts/656185e6f22759d5fa19ec1b