ซัดหมัดตรง! ปูตินลั่น ‘ความอยุติธรรม’ ในปาเลสไตน์และ ‘การผูกขาด’ ของสหรัฐจะต้องยุติ BRICSเป็นเอกฉันท์

0

ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำโลกหลายขั้ว ออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ร้อนในความขัดแย้งปาเลสไตน์-อิสราเอล คำประกาศของปูตินในการประชุมสุดยอด BRICS เป็นการตอกหน้าสหรัฐฯที่พยายาทสวมบทบาทผู้ไกล่เกลี่ย แต่การเคลื่อนไหวทางทหารสวนทางอย่างที่ปิดบังไม่มิดว่า หนุนหลังให้อิสราเอลย่ามใจก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อปาเลสไตน์อย่างโหดร้าย ภายใต้ข้ออ้างปราบกลุ่มฮามาส

ทั้งผู้นำอิหร่านและซาอุดิอาระเบีย ก็ได้ออกมาพร้อมใจกัน มอบตำแหน่ง รัฐก่อการร้ายให้แก่อิสราเอลอย่างเป็นเอกฉันท์ นั่นหมายความว่าฐานะทางภูมิรัฐศาสตร์อิสราเอลได้กระทำการอันแน่ชัดต่อสายตาชาวโลกแล้วว่า ได้ก่อสงครามล้างเผ่าพันธ์ต่อชาวปาเลสไตน์ทั้งคำพูดและการกระทำอย่างโจ่งแจ้ง

วันที่ ๒๒ พ.ย.๒๕๖๖ สำนักข่าวปาเลสไตน์โครนิเคิลและรัสเซียทูเดย์เปิดเผยว่าประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวในการประชุมวาระพิเศษกลุ่ม BRICSในวันอังคารที่ผ่านมาว่า “ความพยายามฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ในการแก้ไขข้อขัดแย้งในฉนวนกาซาล้มเหลว การผูกขาดบทบาทของผู้ไกล่เกลี่ยโดยวอชิงตันนำไปสู่การระบาดที่รุนแรงเท่านั้น” 

ปูตินกล่าวว่า “การลุกลามระหว่างอิสราเอลและฮามาสซึ่งนำไปสู่ ​​“การเสียชีวิตของผู้คนหลายพันคน” แล้วนั้น เป็นผลมาจากความปรารถนาของอเมริกาที่จะตัดสินชะตากรรมของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เพียงลำพัง”

สหรัฐฯ ได้กีดกันสมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่มตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการนำทางกระบวนการสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย สหประชาชาติ และสหภาพยุโรปด้วย ในทางกลับกัน วอชิงตันกลับพยายาม“ผูกขาดบทบาทของผู้ไกล่เกลี่ยและขัดขวางความพยายามของนานาชาติคนอื่นๆ 

เขากล่าวเสริมว่า“ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความพยายามที่จะตัดปมชาวปาเลสไตน์เพียงลำพังนั้นไม่สามารถทำได้และถูกต่อต้าน”

ปูตินกล่าวว่า เป็นเรื่อง “แย่มาก” ที่เด็กชาวปาเลสไตน์กำลังจะเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การได้เห็นการผ่าตัดกับเด็กที่ไม่ได้รับยาระงับความรู้สึก มันเป็นสภาพที่สะเทือนใจและกระตุ้นให้เกิดอารมณ์รุนแรงอย่างมาก สิ่งนี่ต้องยุติ

การตัดสินใจขององค์การสหประชาชาติที่มุ่งหวังที่จะจัดตั้ง“รัฐอธิปไตยที่เป็นอิสระสองรัฐ – อิสราเอลและปาเลสไตน์จบลงด้วยการก่อวินาศกรรมวีโต้ สิ่งนี้นำไปสู่สถานการณ์ที่ชาวปาเลสไตน์หลายรุ่นต้องถูกเลี้ยงดูมาในบรรยากาศ แห่งความอยุติธรรม ในขณะเดียวกันชาวอิสราเอลก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของรัฐของตนได้อย่างเต็มที่”

เขาย้ำว่า กลุ่มประเทศ BRICS และผู้มีบทบาทในภูมิภาคสามารถมีบทบาทได้ และมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ต้องร่วมมือกันผลักดันให้มีการหยุดยิง และเข้าสุ่การแก้ปัญหาแนวทางสองรัฐอย่างจริงจัง จึงจะรับประกันความยั่งยืนในการแก้ปัญหาได้

ด้านซาอุดิอาระเบีย: ในระหว่างการประชุมสุดยอด BRICS สมัยวิสามัญ มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แห่งซาอุดิอาระเบีย เรียกร้องให้ทุกชาติยุติการส่งออกอาวุธไปยังอิสราเอล

MBS กล่าวย้ำว่า “ไม่มีทางที่จะบรรลุความมั่นคงและเสถียรภาพในปาเลสไตน์ได้ ยกเว้นผ่านการดำเนินการตามการตัดสินใจระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาสองรัฐเท่านั้น” 

MBS ยังกล่าวย้ำถึงการที่ซาอุดีอาระเบียคัดค้านการบังคับย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา และเรียกร้องให้มีความพยายามร่วมกันเพื่อหยุดยั้งการเสื่อมด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาโดยเร็วที่สุด

ด้านอิหร่าน: ปธน.อิบราฮีม ไรซีแห่งอิหร่าน ได้เข้าร่วมประชุมBRICSด้วยและส่งจดหมายถึงประมุขแห่งรัฐ ๕๐ ประเทศ เรียกร้องให้เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทูตโดยรวมต่อระบอบไซออนนิสต์ เพื่อบังคับให้ยุติการสังหารหมู่ประชาชนในฉนวนกาซาและยกเลิกการปิดล้อมวงล้อม

รัฐบาลทุกประเทศกำลังเผชิญกับการทดสอบอันศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ทุกประเทศมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการหยุดยั้งอาชญากรรมของอิสราเอล โดยการใช้อำนาจที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อกดดันอิสราเอล เช่น การระงับความร่วมมือตลอดจนความสัมพันธ์ทางการเมืองและการค้ากับระบอบไซออนิสต์ 

ในคำพูดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อยาตุลลอฮ์ ไซอิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม เรียกร้องให้รัฐบาลอิสลามตัดความสัมพันธ์ทางการเมืองกับระบอบไซออนิสต์อย่างน้อยในระยะเวลาที่จำกัด นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ดำเนินการประท้วงและการชุมนุมต่อไป เพื่อไม่ให้การกดขี่ของชาวปาเลสไตน์ต้องถูกลืมเลือน

นอกจากนี้ทางด้านกองทัพอากาศอิหร่าน ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์โจมตีและขนส่งมากกว่า ๗๐ ลำไปยังฐานทัพในเมืองเคอร์มาน ตอนใต้ของประเทศแจงว่เพื่อฝึกซ้อมรบ หลังจากก่อนหน้านี้ฝึกรบภาคพื้นดินในตอนกลางของประเทศ และประกาศถึงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคตัวที่สอง ฟาตาห์ ๒ อีกด้วย

การประกาศท่าทีของBRICS เท่ากับชัดเจนว่า อาหรับและโลกมุสลิมยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มฺBRICS  ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลยที่กลุ่ม BRICS จะกลายเป็นเวทีสำหรับการประชุมสุดยอดวิกฤตตะวันออกกลาง เรื่องนี้ดร.เฮแชม อัลกันนัม (Hesham Alghannam) นักรัฐศาสตร์ชาวซาอุดิอาระเบียและผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และความมั่นคงแห่งชาติของมหาวิทยาลัยนาอีฟอาหรับ (Naif Arab) เพื่อวิทยาศาสตร์ความมั่นคง กล่าวว่า

“กลุ่มประเทศ BRICS มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างมากในเวทีโลก” วัตถุประสงค์หลักของพวกเขาคือการส่งข้อความที่ดังกึกก้องว่าความเป็นปรปักษ์ต่อฉนวนกาซาจะต้องยุติลง โดยเน้นว่าความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างชาวปาเลสไตน์และอิสราเอลต้องได้รับการแก้ไขตามโครงการริเริ่มสันติภาพอาหรับ”

ยังมีอีกหนึ่งเวทีที่ปักกิ่ง พร้อมส่งสัญญาณบีบสหรัฐและอิสราเอล เมื่อการเมืองไม่สำเร็จ จังหวัดก้าวใหม่จะเป็นเศรษฐกิจ ไม่ต้องแปลกใจที่การต่อสู้ทางการทหารยิ่งดุเดือดหนักหน่วงยิ่งขึ้นในพื้นที่ ความเสียหายของกองกำลังอิสราเอลทั้งในกาซาและตอนเหนือ ปิดไม่มิดแล้วในสื่อโซเชียล แม้จะพยายามโหมกระแสว่าอิสราเอลชนะแล้วปราบฮามาสได้มากแล้วก็ตาม!!